≡ Menu

พิธีแต่งงานแบบไทย

พิธีแต่งงานแบบไทยอันศักดิ์สิทธิ์อย่าง “พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร” หรือ “พิธีรดน้ำสังข์” ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการแต่งงานแบบไทย ที่มีความงดงามที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมของไทยแท้ ๆ วันนี้ Nassy มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับพิธีรดน้ำสังข์ ว่ามีขั้นตอนอย่างไร ส่วนประกอบภายในงานอะไรบ้างมาฝากกัน

“พิธีรดน้ำสังข์” เป็นขั้นตอนหลังจากที่คู่บ่าวสาวได้ร่วมทำบุญตักบาตร ฟังพระสวดพุทธมนต์ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม จากนั้นจะเป็นฤกษ์รดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์ โดยคู่บ่าวสาวต้องนั่งที่ตั่งรดน้ำสังข์ ซึ่งจะมีหมอนสำหรับรองมือและพานรองรับน้ำสังข์ ส่วนด้านหลังจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนอยู่ จากนั้นพระสงฆ์หรือผู้เป็นประธานในพิธีจะทำการเจิมให้แก่บ่าวสาว ฝ่ายชายนั้นพระท่านสามารถที่จะทำการเจิม 3 จุดได้โดยตรง แต่หากเป็นฝ่ายหญิงแล้ว พระท่านไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวได้ จึงต้องจับมือฝ่ายชายเจิมหน้าผากให้เจ้าสาวของตน พร้อมสวมมงคลแฝดให้คู่บ่าวสาวคนละข้าง  ซึ่งสายมงคลแฝดจะโยงห่างกันประมาณ 2 ศอก เพื่อความสะดวก และส่วนปลายของมงคลจะโยงมาพันที่บาตรน้ำมนต์ และหางสายสิญจน์พระสงฆ์จะส่งกันไปโดยจับเส้นไว้ในมือ จนถึงพระองค์สุดท้ายก็จะวางสายสิญจน์ไว้ที่พาน  และญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็จะทยอยกันมารดน้ำสังข์ตามลำดับ ซึ่งในระหว่างที่ญาติผู้ใหญ่กำลังรดน้ำ พระสงฆ์ก็จะทำการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลไปพร้อมกัน

อนึ่ง “หอยสังข์” ที่นำมาใช้ในพิธี นั้นในสมัยโบราณ นับถือกันว่าเป็นของที่เป็นอุดมมงคลอย่างสูง เพราะว่า “สังข์” คือหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 14 อย่าง อันเกิดจากการกวนเกษียรสมุทรของเหล่าเทวดาและอสูร จึงถือเป็นของสิริมงคลในงานพิธีมงคลสมรส การใช้น้ำพระพุทธมนต์ที่เกิดจากการเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งเป็นสิ่งมงคลเช่นกันมาบรรจุในสังข์ จึงเสมือนเป็นการอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตคู่

ลำดับขั้นตอนการทำพิธีรดน้ำสังข์

เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคลและนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว จะมีคนคอยตักน้ำพระพุทธมนต์เติมในสังข์ เพื่อส่งให้ผู้ที่จะรดน้ำอวยพร โดยเริ่มจากพ่อแม่ของคู่บ่าวสาว ญาติผู้ใหญ่ตามลำดับ นิยมรดใส่ในมือให้เจ้าสาวก่อน แล้วจึงรดให้เจ้าบ่าว และกล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาว  ขณะรดน้ำสังข์พระสงฆ์จะสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว

โดยมีเคล็ดลางเกี่ยวกับพิธีรดน้ำสังข์ คือ หลังจากพิธีรดน้ำสังข์เสร็จและ ถอดมงคลแฝดออก หากฝ่ายใดลุกขึ้นยืนก่อน  ฝ่ายนั้นจะได้เป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน เช่น เจ้าสาวลุกขึ้นก่อน สามีจะกลัวผู้ใหญ่มักจะบอกให้ทั้งสองฝ่าย ช่วยประคับประคองกันลุกขึ้นแทน ส่วนในสมัยโบราณ ในพิธีการแต่งงานจะไม่มีการรดน้ำสังข์ แต่จะมี “พิธีซัดน้ำ” โดยพระสงฆ์จะเป็นผู้ทำพิธี โดยตักน้ำมนต์ในบาตรซัดสาดใส่คู่บ่าวสาว บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว นั่งห้อมล้อมให้คู่บ่าวสาวนั่งเบียดกันชิดกัน

อุปกรณ์และวิธีใช้ในพิธีรดน้ำสังข์

1. พวงมาลัยบ่าวสาว : ใช้สำหรับคล้องคอบ่าวสาว มักจะเป็น “มาลัยสองชาย” หมายถึง มาลัยที่นิยมผูกต่อริบบิ้นหรือโบทั้งสองชาย และมีอุบะห้อยชายมาลัย และยังมีความเชื่อว่า ให้ใช้มาลัยบ่าวสาวคู่เดียวกันคล้องคอทั้งพิธีแต่งงานช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างราบรื่น ไม่มีการเลิกราหรือเปลี่ยนคู่อีกด้วย

2. แป้งเจิม : ใช้เจิมหน้าผาของบ่าวสาว ตามพิธีแต่งงานของไทย

3. มงคลแฝด : ใช้สวมศีรษะของคู่บ่าวสาว ซึ่ง “มงคลแฝด” หรือ “มงคลจักร” คือ ด้ายมงคลแฝดสำหรับบ่าวสาวสวมศีรษะในพิธีรดน้ำสังข์ เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเป็นการเชื่องโยงให้คู่บ่าวสาวกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

4. พานวางหอยสังข์ และพานสำหรับน้ำสังข์ : ใช้ขันใบเล็กตักน้ำใส่ในหอยสังข์ แล้วยื่นให้ผู้ที่เข้ามารดน้ำสังข์

5. ชุดตั่งรดน้ำสังข์ : ประกอบด้วย เก้าอี้นั่ง 2 ตัว, โต๊ะวางมือ 2 ตัว, โต๊ะวางพานรับน้ำสังข์ 2 ตัว, โต๊ะวางอุปกรณ์ 1 ตัว โดยมีขั้นตอนในการจัดวางชุดตั่งรดน้ำสังข์ คือ วางเก้าอี้ให้คู่กันบริเวณหน้าฉาก โดยเจ้าบ่าวจะนั่งด้านขวามือของเจ้าสาว ขณะเดียวกันฝ่ายเจ้าสาวก็จะนั่งอยู่ด้านซ้ายมือของเจ้าบ่าว และด้านหน้าเก้าอี้ ตั้งโต๊ะวางมือ ส่วนพานดอกไม้สำหรับรับน้ำสังข์ จะตั้งอยู่บริเวณหน้าโต๊ะวางมือ ส่วนโต๊ะวางอุปกรณ์ เช่น พานวางหอยสังข์ และพานน้ำสำหรับใส่ในหอยสังข์ จะตั้งไว้บริเวณด้านขวาข้างฝ่ายเจ้าบ่าว

6. หมอนรองมือ : ใช้สำหรับรองมือและแขนเพื่อให้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ให้เมื่อยเมื่อรับน้ำสังข์

7. พานพุ่มดอกไม้สำหรับรับน้ำสังข์ : เป็นพานสำหรับรองรับน้ำสังข์ อาจมีการจัดเป็นพานพุ่มดอกไม้ให้ดูสวยงาม

8. ของชำร่วย : สำหรับมอบให้ญาติผู้ใหญ่และผู้ที่มารดน้ำสังข์แต่งงานความยินดี

9. อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ซุ้มดอกไม้ประดับบริเวณโดยรอบของคู่บ่าวสาว และฉากหลังที่ตกแต่งด้วยผ้าสีอ่อนหวาน เพื่อความสวยงาม

ถือเป็นขั้นตอนของการเตรียมการที่ไม่ยุ่งยากเลยใช่ไหมค่ะ เป็นความรู้สำหรับบ่าวสาวที่กำลังวางแผนเตรียมตัวในการเข้าพิธีสมรสก่อนเข้า พิธีแต่งงานจริงได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ต้องการเช่าชุดราตรีติดต่อได้ที่ http://facebook.com/dressram

{ 0 comments }

ทำมัยต้องเช่า ทำมัยไม่ซื้อล่ะสาเหตุจะอธิบายสั้นๆนะคะ

เช่าชุดราตรีกับทางเราคุ้มกว่าซื้อค่ะ ชุดราตรีส่วนใหญ่ซื้อมาก็ใส่ได้แค่ครั้งเดียว   พอมีงานใหม่ก็เปลี่ยนชุดใหม่   แบบใหม่   สีใหม่   ดังนั้นการเช่าชุดราตรีจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้าที่ต้องออกงาน   หรือออกงานบ่อยๆค่ะ   การเช่าชุดราตรีจึงถือว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ชอบแต่งตัว   ชอบปาร์ตี้   และยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วยค่ะ

ร้านดรีมเช่าชุด ยินดีต้อนรับลูกค้าทุกท่านเชิญเข้ามาแวะดูชุดราตรีได้ที่ร้านเลยนะคะ   ทางร้านเรามีชุดราตรี มากมายหลายแบบ ทั้งชุดราตรีสั้น  ชุดราตรียาวและชุดธีมเพื่อนเจ้าสาวอีกด้วยค่ะ ทั้งนี้ทางร้านยังบริการให้เช่ากระเป๋าออกงาน ส่วนเครื่องประดับ  สร้อย  ต่างหู  กำไล  ทางร้านไม่คิดค่าเช่าเพิ่มค่ะ  ให้ยืมไปใช้กันได้ฟรีๆๆเลยคะ

ร้านเช่าชุดราตรี

ราคาเช่าชุดราตรี

ชุดราตรีสั้น  เช่า  500  บาท   มัดจำ  1000  บาท

ชุดราตรียาว  เช่า  500  บาท  มัดจำ  1000  บาท

กระเป๋าออกงาน  เช่า  100 บาท

ชุดราตรีที่ร้านให้ลูกค้าเช่าได้นาน  5  วันคะ  โดยไม่นับรวมวันที่ลูกค้ามารับชุดนะค่ะ ทางร้านขอแนะนำให้ลูกค้าเช้ามาเลือกมาลองชุดก่อนวันงาน  ล่วงหน้า อย่างน้อย 4-5 วันนะคะ เพื่อที่ทางร้านจะได้จัดเตรียมซักรีดชุดให้ลูกค้าไปใส่ได้อย่างสวยงามคะ

*****เงินมัดจำทางร้านจะคืนให้ลูกต่อเมื่อลูกเอาชุดมาคืนที่ร้านนะคะ  ถ้าลูกค้าไม่เอาชุดมาคืนภายในเวลาที่กำหนด  ทางร้านจะปรับค่าชุดที่เช่าไปวันละ  100 บาท คะ*****

โทร 091-5752877  line: dreamratee ติดต่อได้นะค่ะที่ https://www.facebook.com/dressydreams

{ 0 comments }

การเลือกเช่าชุดราตรีไปงานแต่งงาน ชุดราตรีแบบงานค็อกเทลตามโรงแรมต่างๆ

ชุด ไปงานแต่งงาน ชุดราตรีสำหรับงานค็อกเทลน่าจะเป็นชุดที่พิเศษๆและดูเป็นอเนกประสงค์ ในโอกาสพิเศษ  แน่นอนว่างานเช่นนี้ (ค็อกเทล) มักจะไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่ง และมักมีแต่การออกเดินไปหาอะไรดื่มกิน ฉนั้นเราจึงแนะนำข้อพิจราณ 5 ข้อที่ทำให้คุณดูดีดูเด่นในงานและเลือก ชุดไปงานแต่งงาน เช่าชุดราตรี ในงานแบบค็อกเทล

1. การเลือกวัสดุของชุดราตรี  ตัวเลือกที่นิยมมากที่สุดคือผ้าไหมซาติน , และผ้าชีฟอง ซึ่งจะดูเหมาะสมกับ ชุดไปงานแต่งงาน และ งานค็อกเทล ต่างๆ

2. ควรพิจารณาความยาวของชุดไปงานแต่งงาน ซึ่งชุดราตรี จะ มีตั้งแต่เหนือหัวเข่า (ชุดราตรีสั้น) และ แบบยาวสัมผัสข้อเท้า (ชุดราตรี) ซึ่งทั้งสองแบบ สามารถใส่ไปงานแต่งงานได้ตามความเหมาะสม สำหรับงานค็อกเทลแล้วเรามักต้องเดินไปเดินมาตลอดเวลานั้น การเลือกชุดราตรีแบบสั้นอาจจะทำให้เดินได้สะดวกกว่าชุดยาว แต่ทั้งนี้หากต้องการใส่ชุดยาวไปงานก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ไม่ควรเลือกชุดที่ยาวเกินไปหรือมีความยาวลากพื้น เพราะอาจจะทำให้คนอื่นในงานเดินเหยียบชุดเราได้

3. อย่าไปงานโดยไม่มีเครื่องประดับ  คุณ สามารถดูดีและ ดูเด่นในงานได้กับเครื่องประดับแบบไข่มุกโทนสีทองหรือสีเงิน, s หรืออื่น ๆ เครื่องประดับแบบเพชร สร้อยคอ ต่างหู เข็มกลัดแบบต่างๆมาประดับชุด ซึ่งจะยิ่งทำให้ดูดียิ่งขึ้น

4. ชุดไปงานแต่งงาน ชุดราตรี แบบเข้ารูปเพื่อเน้นเส้นโค้งของคุณ  สำหรับ คนที่ต้องการเก๋ไก๋ให้เลือกชุดที่มีแบบเน้นที่หน้าอกเสื้อท่อนบน ดู Sexy หรือ การแต่งชุดราตรีแบบเข้ารูป ให้ดูเด่นในส่วนรูปร่างเรามากขึ้น หรืออาจะเป็นชุดที่เปิดหลังโชว์ผิว และแบบ Sexy เล็กๆที่ด้านหลังก็ได้ค่ะ


5. เลือกสีของชุดราตรี คุณอย่างชาญฉลาด  ควรเลือกสีที่ลงตัวกับสีผิวของคุณ หรือสีดูเด่น หรือ ตัดกับสีผิวคุณยิ่งทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น 

อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.ร้านชุดราตรี.com หรือกดที่นี้ ชุดราตรี

{ 0 comments }