นิตินัยปลุกผี”แอร์พอร์ตซิตี้” เล็งถกธนารักษ์พัฒนาพื้นที่6สนามบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้จัดทำรายละเอียดแอร์พอร์ตซิตี้ มูลค่า 31,260 ล้านบาท โดยกำหนดแนวทางการลงทุนเบื้องต้นคือ การพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง วงเงิน 9,300 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ โดยกำหนดให้คลังสินค้า 2 และ 3 เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ และศูนย์การเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ 20 ไร่ เป็นคอมเพล็กซ์ มูลค่า 7,000 ล้านบาท การพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต วงเงิน 3,960 ล้านบาท บนพื้นที่ 15 ไร่ ให้เป็นศูนย์จอดเครื่องบินส่วนตัว ส่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเป็นโครงการร่วมทุนกับเอกชน คาดจะใช้เงินลงทุนกว่า 11,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ 300 ไร่ ให้เป็นศูนย์กีฬา ท่าอากาศยานหาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางสินค้าฮาลาล ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ให้เป็นศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และท่าอากาศยานเชียงราย ให้เป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินเหมือนดอนเมือง

นายนิตินัยกล่าวว่า ในเร็วๆ นี้เตรียมหารือกับกรมธนารักษ์ เพื่อจัดทำแผนการนำพื้นที่ว่างของ ทอท.ในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง มาพัฒนาใช้ในเชิงพาณิชย์และกิจกรรมเพื่อสังคม โดยในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัดมีแนวคิดจะเปิดให้ผู้ประกอบ

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ได้เตรียมแผนการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีแผนนำพื้นที่แปลง 37 และพื้นที่ย่านลาดกระบังและการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองให้เป็นเมืองสนามบิน หรือแอร์พอร์ตซิตี้ จะเดินหน้าต่อ แต่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการให้เหมาะสม โดยอาจยกเลิกแผนธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น ช็อปปิ้งมอลล์ ทั้งนี้ ในด้านรูปแบบการลงทุนแอร์พอร์ตซิตี้ จะเป็นการเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ หรือการให้สัมปทาน

ในเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มดำเนินการหลังจากนี้คือ การปรับปรุงอาคารคลังสินค้า 1 และ 2 ให้เป็นอาคารที่สามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้เหมือนเดิม ส่วนอาคารคลังสินค้า 3 และ 4 จะทำเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบิน ซึ่งที่ผ่านมา ทอท.ได้หารือกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแล้วประมาณ 3-4 ราย ขณะที่อาคารคลังสินค้า 5, 6 และ 7 ยังไม่ได้กำหนดว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด แต่อาจทำเป็นศูนย์อาหาร และศูนย์แสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับการบิน หรือการขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการบิน

แหล่งที่มา  :  ไทยโพสต์

กระตุกสำนักงบฯจ่ายหนี้ กลัวดอกเบี้ยพอกบาน คลังบ่นรัฐบาลมีแต่กู้

สำหรับหนี้สาธารณะคงค้าง ณ 28 ก.พ.2558 มีจำนวน 5.72 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 46.83% ของจีดีพีเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 6.23 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 7.33 หมื่นล้านบาท จากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 5.08 หมื่นล้านบาท การออกตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด 1.5 หมื่นล้านบาท การกู้เงินเพื่อการลงทุน 2.51 พันล้านบาท และการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลล่วงหน้าที่จะครบกำหนดในวันที่ 22 พ.ค.2558 จำนวน 1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ สบน.คาดว่าระดับหนี้สาธารณะของไทยยังทรงตัว หากการขยายตัวเศรษฐกิจของไทยปีนี้ขยายตัวได้ 3.5% ต่อปี ระดับหนี้สาธารณะของไทยสิ้นปี 2558 จะอยู่ที่ 48.9% ของจีดีพี หากต่ำกว่านั้นก็จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นได้ โดยล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2558 จะขยายตัวได้ 3.7% ต่อปี จากเดิมที่คาดไว้จะขยายตัวได้ 3.9% ต่อปี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ลงนามในหนังสือเห็นชอบในหลักการการตั้งงบชำระคืนต้นเงินกู้ตามหลักวินัยทางการเงินการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ผลักดันให้มีการจัดสรรงบชำระต้นเงินกู้ ซึ่งไม่รวมเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า 3% ของงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี ซึ่งจะส่งผลดีกับการบริหารหนี้สาธารณะในภาพรวม ทำให้จำนวนหนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว และเป็นประโยชน์กับการจัดสรรงบประมาณชําระหนี้ในอนาคต

ทั้ง ในปีงบประมาณ 2558 สํานักงบประมาณจัดสรรงบชําระต้นเงินกู้ 3.96 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.5% ของงบประมาณรายจ่าย ซึ่งถือว่าต่ำเกินไป ทำให้หนี้สาธาณะในภาพรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นภาระงบประมาณในการจ่ายดอกเบี้ยจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ 2558 ต้องตั้งงบชําระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมถึง 1.21 แสนล้านบาท

แหล่งที่มา  :  ไทยโพสต์

สนช.ผ่านกม.โกงไม่มีอายุความ ป.ป.ช.ขอบคุณ ช่วย ดันไทยสู่ความเป็นสากล

14307925451430792555lนายสรรเสริญกล่าวว่า ป.ป.ช. ขอขอบคุณสนช.ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาทุจริต เพราะผลของการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยมีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ ปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาต่อต้านการทุจริต ในฐานะรัฐภาคีได้อย่างครบถ้วน แสดงถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เป็นสากล เกิดการยอมรับและเชื่อมั่นจากนานาประเทศยิ่งขึ้น อีกทั้งเกิดประโยชน์ต่อการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการถูกประเมินและติดตามผลการปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าว จากผู้แทนรัฐผู้ประเมิน ประกอบด้วยบาห์เรน และเนปาล ซึ่งจะมาประเมินประเทศไทย ในขั้นตอนการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยในเดือนพ.ค.นี้วันที่ 4 พ.ค. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่างแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ในวาระ 2 และ 3 มีเนื้อหาสำคัญ อาทิ กำหนดฐานความผิดการให้/รับสินบนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศและเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ, กำหนดฐานความผิดเฉพาะนิติบุคคลที่ให้สินบนเจ้าหน้าที่, กำหนดหลักการริบทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพ, กำหนดอายุความโดยมิให้นับอายุความ หากมีการหลบหนีในคดีทุจริต

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

แก้หวยแพง ปริศนาสายฟ้าแลบ ‘เสธ.แดง’ สายบู๊ เลือดผสม‘วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์’

14307222421430722258lจึงเป็นอีกเหตุผลที่พลเอกประยุทธ์เลือกพลตรีอภิรัชต์มาทำงานหลายครั้ง รวมทั้งการติดตามการชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่ตั้งเวทีคู่ขนานกลุ่มกปปส. ที่ถนนอักษะ ต้นปี2557ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้มีการเผชิญหน้ากันของทั้ง 2 กลุ่ม  ด้วยผลงานในอดีตที่ประจักษ์ ถือเป็น “สายบู๊” คนหนึ่งของกองทัพบก ล่าสุดมารับหน้าที่แก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่สั่งสมมานาน ที่รัฐบาลและคสช.หวังให้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง

ทว่าพล.ต.อภิรัชต์จบหลักสูตรเตรียมทหารรุ่น 20 และได้ดำรงตำแหน่ง นักบินประจำกองบินปีกหมุนศูนย์การบินทหารบก  ฝ่ายเสนาธิการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) , รองเสนาธิการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (รองเสธ.ร.11 รอ.) , ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 พัน 2 รอ.) , เสนาธิการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (เสธ.ร.11 รอ.) , รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (รองผบ.ร.11 รอ.) , เสนาธิการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (เสธ.พล.1 รอ.) , ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ , รองผู้ต่อมาวันที่1พฤษภาคม‘บิ๊กตู่’ลงดาบม.44สายฟ้าแล๊บ เพราะรอร่างพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ไหว ที่กำลังจ่อคิวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาเพื่อประกาศใช้ การลาออกของนายสมชัย ถือเป็นแรงกดดันให้ ‘บิ๊กตู่’ ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ปัญหาบานปลายและด้วยเป็นปัญหาที่ถกเถียงมายาวนาน วันต่อมาจึงได้ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.(เฉพาะ)ฉบับแรก แต่งตั้ง ‘เสธ.แดง’ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่1 มารับหน้าที่ประธานบอร์ดกองสลากฯแทน  เป็นไปตามการคาดเดาของหลายฝ่าย ตามที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ เพราะขณะดำรงตำแหน่งอดีตผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.)ก่อนหน้านี้ สามารถจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซด์ได้อย่างเฉียบคมมาแล้ว ทั้งการขึ้นทะเบียนเมื่อ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับมีดใช้มาตรา44 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว แก้ปัญหาสลากราคาแพง ให้มีราคาขายปลีกคู่ละ 80 บาท ทว่าผ่านไปกว่า 11เดือนแล้วในการเข้ามาของคสช. กลับไม่เป็น 80 บาทดั่งที่หวังและไม่เป็นที่พอใจของประชาชน จึงเป็นเหตุผลให้นายสมชัย สัจจพงษ์ ประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยื่นใบลาออก(25 เม.ย.) พร้อมกล่าวว่า “การแก้ปัญหาสลากน่าจะต้องใช้แนวทางที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคงใช้อำนาจของข้าราชการพลเรือนไปแก้ไขได้ลำบาก ดังนั้นคงต้องให้ผู้มีบารเข้ามาทำแทน ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นทหารเข้ามาทำหน้าที่แทน เพื่อให้แก้ปัญหาเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จ และไม่ได้ลาออกเพราะถอดใจกับการแก้ปัญหาสลาก” 

แหล่งที่มา  :  มติชน

ทั่วโลกรอลุ้นทายาทคนที่ 2 หลังดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ท้องเกินกำหนด

ขณะที่ชื่ออลิซ ซึ่งเป็นชื่อที่บริษัทรับพนันถูกกฎหมายหลายแห่งของอังกฤษ พร้อมใจกันยกให้เป็นชื่อที่มาแรงที่สุดก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นชื่อทายาทคนที่ 2 ของเจ้าชายวิลเลียมกับแคเธอรีน ทำท่าว่าจะอ่อนแรงลง โดยมีชื่อ ชาร์ล็อตต์ แรงขึ้นมาแทน เห็นได้จากการที่บริษัทพนัน แพดดี้ พาวเวอร์ ยกให้ชื่อชาร์ล็อตต์เป็นเต็งหนึ่งแทน แม้ว่าบริษัทรับพนันอีกแห่งอย่างวิลเลียมฮิลล์จะยังคงให้ชื่ออลิซเป็นเต็ง 1 แต่ก็ให้ชื่อชาร์ล็อตต์เป็นเต็ง 2 โดยมีอัตราต่อรองใกล้เคียงกันมาก 
 
นอกจากนี้ แบบสำรวจออนไลน์ในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เดอะ มิเรอร์ของอังกฤษ ยังมีผู้เข้าไปลงคะแนนว่าอยากให้รัชทายาทองค์ใหม่ชื่อชาร์ล็อตต์มากเป็นอันดับหนึ่งถึง 22 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีผู้โหวตสนับสนุนชื่ออลิซเป็นอันดับ 4 ที่ 17 เปอร์เซ็นต์จากที่การรอคอยยังคงดำเนินต่อไป ทำให้เริ่มมีการคาดเดาต่างๆ นานามากขึ้น โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 4 ปี การเสกสมรสของทั้ง 2 พระองค์ มีรายงานข่าวในวันดังกล่าวว่าแคเธอรีน ได้เสด็จเข้าโรงพยาบาลในช่วงเช้าเพื่อรอมีพระประสูติกาล ทว่าข่าวดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริงหลังจากที่มีคนเห็นดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงขับรถไปยังพระราชวังบักกิงแฮมกับเจ้าชายจอร์จ พระโอรส เพื่อว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำของพระราชวังอันเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้การมีพระประสูติกาลตามธรรมชาติง่ายขึ้น และได้ทรงทำเช่นนี้มาเป็นเวลา 2 วันติดต่อกันแล้ว

นอกจากนี้ สื่อมวลชนหลายสำนักที่เริ่มเดินทางมาปักหลักรออยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรียังรายงานว่า สัญญาณอีกอย่างที่บ่งบอกว่า การรอคอยทายาทพระองค์ที่ 2 ของแคเธอรีนกับเจ้าชายวิลเลียมจะยืดออกไปยาวนานขึ้น คือการที่สภาเขตเวสต์มินสเตอร์ ขยายเวลาในการห้ามจอดรถชั่วคราวออกไปจนถึงเดือนหน้า โดยดัชเชสแห่งเคมบริดจ์จะทรงมีพระประสูติกาลที่แผนกสูตินรีเวชกรรม ฝั่งลินโดวิงของโรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการออกคำสั่งห้ามจอดรถชั่วคราวบริเวณลานจอดรถหน้าอาคารฝั่งดังกล่าวระหว่างวันที่ 15-30 เมษายน ที่ผ่านมา แต่คำสั่งดังกล่าวได้รับการขยายออกไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม เดอะ มิเรอร์และบีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน ทั่วโลกกำลังรอคอยให้ แคเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาของเจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงมีพระประสูติกาลทายาทพระองค์ที่ 2 ที่คาดว่าจะเป็นพระธิดา แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี ในย่านแพดดิงตัน เขตเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยคาดว่า พระองค์อาจทรงครรภ์เกินกำหนดมาเป็นเวลาราวหนึ่งสัปดาห์แล้ว 

แหล่งที่มา  :  มติชน

นายกฯออสเตรเลียแบะท่า เตรียมฟื้นสัมพันธ์อินโดฯ

แอ็บบอตต์กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมาจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเข้าใจอย่างยิ่งถึงความโกรธแค้นของชาวออสเตรเลียหลายคน แต่ที่สุดแล้ว เพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การฟื้นฟูความสัมพันธ์ควรจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ โดยสิ่งที่เป็นสัญญาณที่ดีเพื่อฟื้นสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ คือการที่นายนัดจิบ ริฟัต เคโซมา เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ออกมาแสดงความเห็นใจต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกอินโดนีเซียประหารชีวิต ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีและแข็งแกร่งระหว่างออสเตรเลียกับอินโดนีเซียที่ควรจะกลับคืนสู่สภาวะปกติสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายโทนี แอ็บบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกมาแสดงท่าทีต้องการจะฟื้นความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียโดยเร็วที่สุด หลังจากทูตอินโดนีเซียแสดงความเห็นใจต่อญาติของนักโทษคดียาเสพติดชาวออสเตรเลีย 2 คน ที่ถูกอินโดนีเซียประหารชีวิต และทำให้ออสเตรเลียเรียกทูตของตัวเองกลับจากอินโดนีเซีย

แหล่งที่มา  :  มติชน

ระทึก ยานอวกาศรัสเซียร่วงโลกไร้การควบคุม มอสโกบอก”สุดปัญญาแก้ไข

14303717241430372006ขณะที่นายคริส แฮดฟิลด์ นักบินอวกาศชาวแคนาดา ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสถานีอวกาศนานาชาติ เผยว่า ยานอวกาศโปรแกรมจะตกสู่โลก ก่อนจะกลายเป็นซากยานร่วงสู่โลกอย่างกระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ ทั้งนี้ สำหรับยานอวกาศโปรแกรม M-27 M ถูกสร้างด้วยงบประมาณเกือบ 63 ล้านดอลลาร์ และนับว่าเป็นความผิดพลาดด้านอวกาศของรัสเซียล่าสุดของหน่วยงานอวกาศรัสเซียประสบเหตุล้มเหลวด้านอวกาศหลายครั้งในช่วงหลังๆโดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานอวกาศรัสเซียได้แถลงข่าวนี้ระบุว่า ยานอวกาศดังกล่าวคือยานส่งเสบียง”โปรเกรส M-27 M”ของรัสเซีย ประเภทไร้มนุษย์ควบคุม   โดยหน่วยงานฯได้สูญเสียควบคุมยานนี้ ทำให้ขณะนี้ยานกำลังร่วงตกลงสู่โลก โดยคาดว่าอุบัติเหตุนี้น่าจะเกิดขึ้นภายหลังขณะยานโปรเกรสฯ ได้แยกตัวออกจากการเชื่อมต่อสถานีอวกาศยุโรป และยังไม่รู้สาเหตุของความผิดพลาดดังกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหน่วยงานอวกาศรัสเซียระบุว่า ยานดังกล่าวคาดว่าน่าจะถูกชั้นบรรยากาศโลกเผาไหมและกลายเป็นซากยานร่วงลงสูงโลก และคาดว่าจะตกลงสู่โลกในช่วงวันท่ี 5-7 พ.ค.นี้ โดยก่อนหน้านี้ ยานดังกล่าวถูกนำขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดโซยุส อย่างประสบความสำเร็จ ก่อนจะสูญเสียการติดต่อในภายหลัง และคาดว่ายานน่าจะประสบอุบัติเหตุตกจากอวกาศ และทำให้ผุ้ควบคุมยานเลือกเปลี่ยนเส้นทางตก และได้ขยายช่วงเวลาบินของยานอวกาศออกไปอีก 2 วัน แทนการซ่อมแซมยานอวกาศที่ยากจะทำได้สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยานอวกาศขนส่งเสบียงให้แก่สถานีอวกาศนานาชาติ สัญชาติรัสเซีย กำลังประสบเหตุตกลงสู่โลกอย่างปราศจากการควบคุม โดยทางการรัสเซียยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมการตกครั้งนี้ได้ ขณะที่เหตุการณ์นี้ถือเป็นความเสียหน้าครั้งล่าสุดของทางการรัสเซียด้านความผิดพลาดด้านอวกาศ

แหล่งที่มา  :  มติชน

ยูเอ็นแสดงความเสียใจการประหารนักโทษคดียาเสพติดอินโดฯ

14303706371430370649lอ้างอิงจากรายงานของหน่วยงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอินโดนีเซียพบว่า มีชาวอินโดนีเซียเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย เนื่องมาจากปัญหาด้านยาเสพติดโดยการตัดสินประหารชีวิตนักโทษในครั้งนี้ ได้สร้างความไม่พอใจและอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการทูตระหว่างประเทศได้ โดยเฉพาะกับรัฐบาลออสเตรเลียและบราซิล ทั้ง 2 ประเทศ เรียกตัวทูตที่ประจำอยู่ในอินโดนีเซียกลับประเทศ เพื่อเป็นการประท้วงคำตัดสิน ซึ่งนายโทนี แอบบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า ′เราเคารพกฎหมายของประเทศอินโดนีเซีย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เรารู้สึกเสียใจอย่างมาก มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่รัฐบาลของเราจะดำเนินธุรกิจกับอินโดนีเซียเหมือนที่เคยมีมา

นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติออกมากล่าวแสดงความเสียใจกับคำตัดสินของรัฐบาลอินโดนีเซียที่สั่งประหารชีวิตนักโทษที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติด ′บาหลีไนน์′ รวม 8 ราย ซึ่งเป็นนักโทษต่างชาติถึง 7 ราย โดยนายบัน คี มุน กล่าวว่า ′การสั่งประหารชีวิตในยุคศตวรรษที่ 21 นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้และอยากขอให้รัฐบาลอินโดนีเซียพิจารณาทบทวนอีกครั้งในการตัดสินคดีนักโทษประหารคนอื่น′

ขณะที่นายมูฮัมหมัด ปราเซตโย อัยการสูงสุดของอินโดนีเซีย ออกมาแย้งว่า ′คำตัดสินครั้งนี้เป็นหนึ่งในมาตรการแผนการต่อสู้กับยาเสพติดของประเทศ การประหารชีวิตไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดี มันไม่ใช่เรื่องสนุกสนาน แต่เราต้องทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาประเทศของเราให้รอดพ้นจากอันตรายของยาเสพติด

แหล่งที่มา  :  มติชน

รวบยกแก๊งปล้นสปาภูเก็ต หมอนวดร้านร่วมด้วย

EyWwB5WU57MYnKOuFtMvtMG9SZ0JxEb1XUX9ldQWFEmLdVXYtVbVciพล.ต.ต.พชร กล่าวถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ว่า นางอนงค์นาถ ซึ่งเป็นพนักงานนวดอยู่ที่สปาดังกล่าว ทำหน้าที่ชี้เป้าให้คนร้ายที่เหลืออีก 3 คนลงมือก่อเหตุ เนื่องจากรู้ว่าวันใดที่เงินเดือนพนักงานจะออก และในวันเกิดเหตุ แคชเชียร์ของสปาจะมีเงินสดเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือทำหน้าที่ขี่รถจักรยาน และยืนคุมเชิงไม่ให้ลูกค้าชาวเกาหลีที่รอใช้บริการส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ที่หน้าทางเข้าสปา และทำหน้าที่ใช้อาวุธปืน-มีดจี้บังคับพนักงานแคชเชียร์สาวให้ส่งซองเงินเดือนพนักงานให้ เมื่อได้เงินแล้วคนร้ายทั้ง 3 ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นได้แบ่งเงินสดกันก่อนแยกย้ายกัน ส่วนนางอนงค์นาถ ทำทีไม่รู้เรื่อง หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผล และรับสารภาพว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

จากนั้น ชุดสืบสวนได้ขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลืออีก 3 คนกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด ส่วนเงินที่ได้ไป 4 แสนบาทได้แบ่งกัน บางส่วนได้นำไปไถ่ทองรูปพรรณที่จำนำไว้ และซื้อทองรูปพรรณใหม่ ส่วนที่เหลือบางส่วนนำไปปล่อยกู้ และใช้จ่ายหมดแล้ว จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ยกแก๊งในที่สุด จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 เม.ย.ที่ร้านอิมพีเรียลสปา พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง.ผบภ.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต พ.ต.อ.สมคิด บุญรัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ตแถลงข่าวจับกุม 4 คนร้ายบุกปล้นเงินเดือนพนักงานสปากว่า 4 แสนบาท และหลบหนีไปเมื่อค่ำวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.นางอนงค์นาถ ศิริวัฒนานุกูล หรือ ขวัญ อายุ 46 ปี พนักงานนวด 2.นายสนทญา ธนาวุฒิ หรือ สน อายุ 33 ปี แฟนหนุ่มนางอนงค์นาถ มีอาชีพรับเหมาทำประปา 3.นายพีรพล สุ่มงาน หรือ เป็น อายุ 22 ปี และ 4.นายชนัน แสวงวิทย์ หรือ โจโจ้ อายุ 21 ปี ลูกน้องนายสนทญา พร้อมของกลางทองรูปพรรณหนัก 6 บาท หมวกกันน็อก 2 ใบ เสื้อแจ็กเกตลายพรางทหาร 1 ตัว ถุงมือผ้า 2 คู่ รถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน อาวุธปืน 1 กระบอก จากกรณีเหตุ 3 คนร้ายเข้าปล้นร้านอิมพีเรียลสปา เลขที่ 97/355 ถ.วิรัชหงษ์หยก หมู่ 4 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 เม.ย.โดย 2 ใน 3 คนร้ายสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าบุกเข้ามาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ พร้อมกับใช้ปืนและมีดขู่บังคับให้ส่งเงินกว่า 4 แสนบาท พร้อมบังคับลูกค้าชาวเกาหลีชายหญิงกว่า 10 คนที่กำลังรอใช้บริการห้ามส่งเสียง ก่อนจะหลบหนีไป จากนั้นตำรวจวิทยุสกัดจับรถจักรยานยนต์ของคนร้ายตามภาพวงจรปิดที่บันทึกนาทีที่ก่อเหตุไว้ได้ แต่ไร้วี่แวว เบื้องต้นตำรวจคาดว่า คนร้ายอาจเป็นพนักงาน หรืออาจเคยเป็นพนักงานในร้านสปาดังกล่าว จึงรู้ว่าจะมีการจ่ายเงินเดือนพนักงาน หรืออาจมีคนในร้านแจ้งข้อมูลให้กับคนร้ายเข้าบุกเข้าชิงเงินเดือนดังกล่าวไปทั้งหมด

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

แผนการลงคะแนนตำแหน่งการติดตั้งกล้องวงจรปิด IP camera

งาน แบบ IP camera แตะคำนึงตราบเท่าประเด็นหลักๆ 3 ประการคือ ปัจจัยทางภาวะแวดล้อม และทิศทางของแสง สำหรับวัตถุถนนสภาพแวดล้อมนั้นในต่างประเทศที่มีสภาพอากาศผิดแผกเกียดกันอย่างสุดขั้วในแต่ละปีเช่น ฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัด หรือฤดูหนาวที่มีหิมะตก สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นวัตถุที่อยู่ประธานในการติดตั้งกล้องวงจรปิดเป็นอย่างยิ่ง ในสภาพอากาศที่ปกตินั้นถือว่าไม่เป็นปัญหาแต่อย่างไรโดยเหตุส่วนใหญ่แบบ IP camera นั้นทำจากอลูมิเนียมที่ทนทานต่อทุกสภาพอากาศอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่ต้องระวังคือช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะวิถีเปลาะทิศอุดรของประเทศไทยที่มีอากาศหนาวมากมากนั้น อาจทำให้มีไอน้ำเกาะตัวกันอย่างหนาแน่นตรงเลนส์กล้องได้ ทำให้การจับภาพนั้น เปล่างอกงามโดยเฉพาะในต่างประเทศที่ต้องมีเครื่องทำข้อคดีร้อนไว้ใต้กล้องวงจรปิดเพื่อทำการสลายหิมะหรือไอน้ำที่จับตัวกันอยู่หน้าเลนส์กล้องอีกด้วย

ipcamera

สำหรับประเด็นในเหตุการณ์สิ่งของการจัดวางตำแหน่งกล้อง IP camera ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยของแสงนั้น มีข้อแนะนำต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ การติดตั้งกล้องต้องระวังไม่ให้แสงตะวันมาตกกระทบที่หน้ากล้องโดยตรง เพราะจะทำให้กล้องไม่สามารถจับภาพได้มาและการติดตั้งกล้องภายนอกอาคารก็ไม่ควรให้กล้องจับภาพไปยังส่วนที่เป็น นภดลเหลือล้นเลยเที่ยวไปเพราะระบบการปรับภาพอัตโนมัติของกล้อง IP camera ที่ต้องการปรับภาพให้สมดุลกันนั้นอาจทำให้ส่วนอื่นของภาพดูมืดกว่าเดิมได้

สมมติมุ่งหวังนำกล้องวงจรปิด camera ไปใช้ในตอนกลางคืน ต้องระวังการเกิดงานเด้งกลับข้าวของความสว่างเข้ามาที่หน้ากล้อง และสัมผัสเช็คมองดูให้แน่ใจว่าไม่เกิดเงาซ้อนทับเหมือนเขตพื้นที่สถานที่กล้องจับภาพอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้อุปกรณ์เสริมที่เพิ่มการตรวจจับรังสีอินฟราเรดเข้าไปเพิ่มด้วยได้ในตอนกลางคืนซึ่งจะทำให้การจับภาพมีอำนาจเพิ่มเติมตึดตื๋อขึ้นแต่ต้องระวังหากตัวฟิลเตอร์ที่กรองรังสีไม่มีประสิทธิภาพมากพอก็อาจจะทำให้ตกหล่นการจับภาพไปในบางสีได้เช่นกัน