ขนไม้พะยูงของกลางสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า

979052เพื่อนำส่งที่อู่บกพหลโยธิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2557 ที่ให้ใช้ไม้พะยูงของกลางก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าต่อไป ซึ่งเมื่อการขนย้ายไม้ถึงที่อู่บกพหลโยธิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จะมีคณะทำงานรับมอบไม้ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กองทัพบก กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมศุลกากรเมื่อวันที่ 2 มี.ค. นายชาญณรงค์ เพชรดี หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.14 (ห้วยยอดมน-ช่องเม็ก) ได้รับมอบหมายจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี กรมป่าไม้ ให้เข้าตรวจสอบจำนวนไม้พะยูงของกลางในคดี และการขนย้ายไม้ที่ตกเป็นของแผ่นดินรวม 3 คดี ที่คดีได้ถึงที่สุดแล้ว จำนวน 4,612 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 48.996 ลบ.ม.

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

ซิว4โจ๋ใช้โฟมล้างหน้าจี้เหยื่อลากแฟนสาวขืนใจ

979151สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ น.ส.ส้ม (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ได้ไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์กับแฟนหนุ่มบริเวณเขาพระตำหนัก จ.ชลบุรี จู่ๆกลุ่มคนร้ายที่ทราบภายหลังชื่อแก๊งว่า “ทีมทิ้งกัน” ได้ขี่รถมาจอดขนาบข้าง จากนั้น 1 ในกลุ่มได้ใช้หลอดโฟมล้างหน้าหลอกว่าเป็นปืนจี้ที่ด้านหลังแฟนหนุ่ม ก่อนที่คนร้ายที่เหลือจะช่วยกันบังคับ น.ส.ส้ม ไปในป่า ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ อีกทั้งก่อนหลบหนียังปล้นทรัพย์เหยื่อไปอีก 4,000 บาท หลังตำรวจสืบสวนจนรู้ว่าทั้งหมดกบดานอยู่ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงนำกำลังบุกไปจับกุมดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ บช.ภ.2 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รอง ผบช. พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบก.สส.ภ.2 แถลงผลการจับกุม นายสุชาติ หรือชาติ พลเภา อายุ 20 ปี นายปุณณรัตน์ หรืออั้ม น้อยนารถ อายุ 20 ปี รวมทั้งนายไก่ อายุ 17 ปี และนายเก้ง อายุ 17 ปี (นามสมมุติทั้งคู่) พร้อมของกลาง รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 2 คัน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

เผยล่าสุดรธน.มี310มาตราไม่รวมบทเฉพาะกาล

977239ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการประชุม กมธ.ยกร่างฯ ได้แจ้งตารางเวลาทำงานที่ปรับใหม่ คือ วันที่ 9 มี.ค.-31 มี.ค. จะเป็นการทบทวนร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา พร้อมพิจารณาเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะพิจารณาและทบทวนประเด็นที่จำเป็น ส่วนวันที่ 3 เม.ย. เป็นวันกำหนดที่ร่างรัฐธรรมนูญต้องแล้วเสร็จทั้งหมด สำหรับช่วงวันที่ 4 เม.ย.-16 เม.ย. จะเป็นช่วงการนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปรับฟังความเห็นของประชาชน เบื้องต้นได้กำหนดไว้ 4 จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ ที่จะจัดขึ้นเป็นเวทีแรก ในวันที่ 4 เม.ย. นี้  ตามด้วย จ.ขอนแก่น จ.นครศรีธรรมราช และ กทม. จากนั้นวันที่ 17 เม.ย. จะส่งร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณา และได้กำหนดเวลาพิจารณาไว้แล้ว คือ วันที่ 20 -22 เม.ย. และวันที่ 24 – 26 เม.ย.จะเป็นการรับฟังความเห็นของ สปช. และวันที่ 26 เม.ย. จะเป็นวันเริ่มนับการยื่นคำขอแปรญัตติของ สปช. ทั้งนี้ในวันดังกล่าว กมธ.ยกร่างฯจะส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้พิจารณาทำขอคำแปรญัตติ โดยจะครบกำหนดส่งคำแปรญัตติวันที่ 25 พ.ค.นี้.

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่พัทยา จ.ชลบุรี มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นอกสถานที่เป็นวันที่ 6 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาร่างรายมาตราที่คงค้างอยู่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ชี้แจงว่า การประชุมยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสภานที่ จำนวน 6 วัน ได้พิจารณาร่างรายมาตราไปแล้วทั้งสิ้น 119 มาตรา และยังมีประเด็นที่ยังรอการพิจารณาจำนวน 4 ประเด็น คือ เรื่องการถอดถอนโดยกระบวนการภาคประชาชน สัดส่วนชายหญิง กรรมการปฏิรูปประเทศ และประเด็นปฏิรูปสาธารณสุข และเมื่อรวมบทบัญญัติที่พิจารณามาทั้งหมด 310 มาตรา แต่ยังไม่นับรวมมาตราที่อยู่ในบทเฉพาะกาล ทั้งนี้ขอนัดประชุม กมธ.ยกร่างฯ ครั้งต่อไป คือวันที่ 5 มี.ค.นี้ จะนำรายละเอียดของบทเฉพาะกาลมาพิจารณา

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

 

ทิชาลาออกสปช.-กมธ.ยกร่างฯบอกปลาผิดน้ำ

977202ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของเฟซบุ๊กบ้านกาญจนาภิเษก ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจต่อนางทิชา อย่างไรก็ตามการลาออกครั้งนี้นางทิชา ไม่ได้แจ้งถึงสาเหตุของการลาออก โดยผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อเพื่อสอบถาม แต่นางทิชาไม่รับสายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำลังอยู่ระหว่างการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราเป็นวันสุดท้ายที่พัทยา ต่างก็ปฏิเสธถึงกรณีดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าในการประชุมช่วงดึกของคืนวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีประเด็นถกเถียงถึงเรื่องสิทธิสตรี ซึ่งบรรยากาศเป็นการอย่างเคร่งเครียดกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้นางทิชาถึงกับหลั่งน้ำตา และได้เดินออกจากห้องประชุมทันที

ขณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงเช้าข่าวจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า นางทิชา ณ นคร กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แสดงเจตจำนงค์เป็นจดหมายเขียนด้วยลายมือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิก สปช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และเผยแพร่ในกลุ่มไลน์กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้รับทราบโดยทั่วไป ทางด้านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลายคนยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ได้ทราบข่าวเมื่อช่วงดึกของวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่นางทิชาได้เดินทางกลับไป กทม. เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 27 ก.พ.แล้ว จึงยังไม่มีการสอบถามเหตุผล หรือระบุยับยั้ง ขณะที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหลายคนพยายามโทรศัพท์ และส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ แต่นางทิชาไม่ได้รับสายหรือตอบข้อความกลับแต่อย่างใด

ทั้งนี้เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 27 ก.พ. นางทิชา ได้โพสต์ภาพที่มีข้อความว่า ตัดสินใจแล้ว ดีแล้ว ชอบแล้ว พร้อมภาพแสดงความรู้สึกยกมือไหว้ และเขียนว่า “ทุกการ…ตัดสินใจ ผูกพัน กับชีวิต กับสังคม กับประเทศ ทิชา ณ นคร” และล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 28 ก.พ. นางทิชา ก็ได้โพสต์ข้อความโดยภาพสถานที่ พัทยา จ.ชลบุรี โดยระบุว่าเป็น “งานสุดท้ายในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกลับไปเป็นป้ามล…”

นอกจากนี้ในวันที่ 28 ก.พ. ยังมีการโพสต์ข้อความใจความว่า “ถึงเวลาที่ต้องหมดเวลากับบางภารกิจ!!!” โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า เบื้องต้นไม่ได้คิดจะสมัคร สปช. แต่ผู้ใหญ่ที่เคารพที่สุดขอมา จากนั้นก็เป็นเนื้อหาถึงรายละเอียดช่วงเวลาที่เข้ามาทำงาน จนกระทั่งผ่านการโหวตเข้ามาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จนกระทั่ง 4 เดือนเต็มเพียงพอแล้วสำหรับ…ภาวะปลาผิดน้ำ ขอบคุณและขอโทษทุกคน ที่ไม่ได้ปรึกษาใครและไม่ได้ฟังคำทัดทานใครเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าในเฟซบุ๊กบ้านกาญจนาภิเษก นางทิชา ณ นคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้โพสต์ภาพซึ่งเป็นการเขียนหนังสือด้วยลายมือประกาศเจตจำนงแจ้งการลาออกจากการเป็น สปช. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีผลวันที่ 1 มี.ค. โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า “ข้าพเจ้านางทิชา ณ นคร สมาชิก สปช. ลำดับที่ 091 และหนึ่งใน 36 คน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอลาออกจากตำแหน่งทั้ง 2 คือ สมาชิก สปช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2558

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

ตามจับวุ่น ลามะ 2 ตัวหลุดป่วนเมืองในแอริโซนา

EyWwB5WU57MYnKOuFqOgjkFh6QvewDuDAiiPU1TELtALAb21Z4T5XYภาพจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นแสดงให้เห็นตัวลามะขนาดใหญ่สีขาว และตัวลามะสีดำที่มีขนาดเล็กกว่า วิ่งผ่านทางเท้า สวนแห่งหนึ่งและตามถนนในเมืองซันซิตี้ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงวัน ส่งผลให้รถยนต์และรถกอล์ฟต้องหยุด ภาพการวิ่งตะลุยของพวกมันยังกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ โดยมีการตั้งแฮชแท็กหลากหลาย รวมทั้ง #LlamasonTheLoose

ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยรองนายอำเภอเขตมาริโคปา เคาน์ตี และผู้ที่สัญจรผ่านไปมาต้องช่วยกันล้อมเจ้าลามะทั้ง 2 ตัว และสามารถจับพวกมันได้ในที่สุดเกิดเหตุตัวลามะ 2 ตัวซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าหลุดออกมาจากที่ใด วิ่งพล่านบนท้องถนนในเขตที่อยู่อาศัยของผู้เกษียณอายุในเมืองซันซิตี้ ของรัฐแอริโซนา เมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตามจับได้

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

สหรัฐฯเตือนก่อการร้ายโจมตีห้างในจอร์แดน

EyWwB5WU57MYnKOuFqOgjpYEyAPXvVrJubE8nZN9Kdktzm3rCVEQvZส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มไอเอสนั้น หน่วยงานเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย ได้รับรายงานที่บ่งชี้ว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสได้เข้ายึดครองหมู่บ้านกว่า 10 แห่ง ในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย และลักพาตัวชาวคริสเตียนชนกลุ่มน้อยอัสซีเรียนไปไม่น้อยกว่า 220 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิง คนชรา มากกว่ายอดที่มีรายงานขั้นต้นเกือบเท่าตัว ซึ่งตัวแทนจากชุมชนต่างๆอยู่ระหว่างเจรจาให้ปล่อยตัวประกัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่ากลุ่มไอเอสยังลักพาตัวชาวมุสลิมสุหนี่กว่า 100 คน ในพื้นที่เมืองทีกริต ภาคกลางของอิรัก

ที่สหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมชาย 3 คนในนครนิวยอร์ก และรัฐฟลอริดา หลังพบว่าวางแผนจะเดินทางไปซีเรียเพื่อเข้าร่วมรบกับกลุ่มไอเอส โดยหนึ่งในจำนวนนี้เขียนข้อความส่วนตัวข่มขู่จะทำร้ายนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หากไปเข้าร่วมกับไอเอสไม่สำเร็จ ส่วนสภาออสเตรียในยุโรป ผ่านร่างกฎหมายห้ามหน่วยงานต่างชาติส่งเงินทุนสนับสนุนองค์กรต่างๆของชาวมุสลิมในประเทศ และอิหม่ามในออสเตรียต้องพูดภาษาเยอรมันเป็น ต่อมาทางการอังกฤษได้เปิดเผยว่า มือเชือดคอของกลุ่มไอเอส ตามคลิปวีดิโอต่างๆ ที่เรียกกันว่า จิฮาดี จอห์น นั้น มีชื่อจริงว่า นายโมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี ชาวอังกฤษเชื้อชาติคูเวต อาศัยอยู่ในย่านตะวันตกของกรุงลอนดอน

สถานการณ์ภัยก่อการร้ายในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยเมื่อวันที่ 26 ก.พ. สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำกรุงอัมมานของจอร์แดน ออกแถลงการณ์เตือนระวังการโจมตีต่อห้างสรรพสินค้าในกรุงอัมมาน หลังได้รับข่าวกรองมาและจากการพิจารณาแล้วพบว่าน่าเชื่อถือ พร้อมขอให้ประชาชนชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงห้างดังกล่าวในช่วงเวลา 2-3 วันนี้ อย่างไรก็ตาม สถานทูตสหรัฐฯยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าการโจมตีจะเป็นไปในรูปแบบใดและเวลาใด ขณะที่โฆษกรัฐบาลจอร์แดน เปิดเผยว่าได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในประเทศ หลังจากสถานการณ์ภาพรวมในภูมิภาครุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ จอร์แดนได้ยกระดับการโจมตีฐานที่มั่นกองกำลังรัฐอิสลามไอเอสในซีเรีย หลังกลุ่มไอเอสสังหารนักบินจอร์แดนด้วยการเผาทั้งเป็น ซึ่งในวันเดียวกันนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ ที่ 2 แห่งราชวงศ์จอร์แดน ทรงเข้าหารือกับสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัล-ซาอุด แห่งราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ที่กรุงริยาด ของซาอุดีอาระเบีย โดยจะมุ่งเน้นในประเด็นความพยายามในการต่อสู้กับกองกำลังรัฐอิสลาม ปัญหาอิสราเอลปาเลสไตน์ และสถานการณ์ในเยเมน

แหล่งที่มา :  ไทยรัฐ

รัฐเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน

974413อารีพงศ์” บอกว่า การมาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ก็ถือเป็นความรู้ที่ไทยต้องนำไปคิดต่อ โดยให้พิจารณาถึงขั้นตอนการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับชุมชน และสิ่งแวดล้อม และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า และที่สำคัญคือการทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้รู้ถึงความสำคัญของความมั่นคงทางด้านพลังงานของไทย

อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ ไทยมีแผนการใช้พลังงานทางเลือกอื่นเพื่อการผลิตไฟฟ้า ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 หรือ แผนพีดีพี 2015 โดยขณะนี้ไทยเองใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าสัดส่วนเพียง 18% และยังเป็นถ่านหินที่ให้พลังงานน้อย ส่วนอนาคต ตามแผนได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มพลังงานถ่านหินให้ได้ 25-30% และลดการใช้ก๊าซให้เหลือ 30% โดยยืนยันว่าการเพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นจะทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ที่สำคัญ… เมื่อตั้งใจจะลงมือเดินหน้าเรื่องนี้จริง! ก็ต้องทำให้ไม่มีผลกระทบ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องมีผลกระทบน้อยมากที่สุด เพราะหากไม่เริ่มทำวันนี้ อนาคตข้างหน้าจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่า ตอนนั้นทำไมไม่รีบทำ

ส่วนการบริหารจัดการเริ่มต้นจากการขนถ่านหินจากเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่มาส่งบริเวณท่าเรือบริษัท ก็มีสายพานลำเลียงเข้ามาไว้บริเวณลานกองถ่านหินขนาดใหญ่ สามารถรองรับถ่านหินได้ 880,000 ตัน ก่อนลำเลียงด้วยสายพานอีกครั้งเพื่อเข้าสู่เตาเผาเชื้อเพลิงไปผลิตไฟฟ้า ซึ่งขั้นตอนการลำเลียงนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะเป็นขั้นตอนที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองคละคลุ้ง แต่บริษัทก็ใช้ท่อฉีดน้ำพรมน้ำใส่ถ่านหินตลอดเวลา ทำให้ไม่มีฝุ่นละอองกระจาย ขณะที่กำแพงรอบลานกองถ่านหินก็สร้างให้สูง 18 เมตร และเจาะเป็นรูพรุน เพื่อกรองฝุ่นละอองด้วย

ส่วนน้ำที่ถูกฉีดไปแล้วยังต้องนำไปผ่านขั้นตอนทำให้สะอาดอีกครั้งแล้วจึงนำไปพรมหมุนเวียนอีก ขณะที่ขั้นตอนการเผาถ่านหินก็มีการกำจัดมลพิษแบบหมดจด เพราะฝุ่นเกิดจากการบดถ่านหินให้เป็นผงเพื่อทำการเผาในเครื่องจะมีการดักจับฝุ่นละอองเอาไว้ ส่วนขี้เถ้าที่มีน้ำหนักจะตกลงในส่วนล่าง และถูกสายพานลำเลียงออกไป

นอกจากนี้สภาพแวดล้อมภายในโรงไฟฟ้า ยังมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 25% และทางโรงไฟฟ้ายังเปิดให้ชาวบ้านเข้ามาตกปลาในโรงไฟฟ้า บริเวณลานกองถ่านหินที่มีพื้นที่ติดทะเลได้ฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งบริเวณนี้ถือเป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุมอย่างมากอีกด้วย ขณะที่พื้นที่โดยรอบก็ยังปลูกพืช โดยเฉพาะผลแครอท และในการเยี่ยมชมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังนำผลแครอทที่ได้จากพื้นที่ข้างโรงงานมาโชว์ให้ดู ซึ่งมีที่ขนาดใหญ่ และสมบูรณ์มาก รวมทั้งยังแปรรูปเป็นน้ำแครอทรสชาติเยี่ยมให้ทดลองชิมกันด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตไฟฟ้า ที่จำเป็นต้องพึ่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตถึง 70% เพราะมีต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่นที่ใช้ในปัจจุบัน ถ้าอนาคตอันใกล้ ก๊าซธรรมชาติหมดไป เมื่อถึงเวลานั้น… หากจะแก้ไขโดยนำเข้าก๊าซฯ จากต่างประเทศ สุดท้ายปลายทางผู้ที่ได้รับผลกระทบคงหนีไม่พ้นชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ต้องควักเงินจ่ายค่าไฟกันแพงขึ้น

แต่ใช่ว่าปัญหาข้างต้นจะปิดประตูตายจนหมดทางแก้ไข เพราะอย่างไรแล้ว ยังมีเชื้อเพลิงอื่นเหลือเป็นพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะถ่านหิน ที่ถือว่าเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าที่ต่ำกว่าก๊าซเข้าไปอีก แต่ยังผลักดันให้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะถูกกระแสการต่อต้านอย่างรุนแรง ด้วยภาพความทรงจำในอดีตกับปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และสิ่งแวดล้อม

“อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม” ปลัดกระทรวงพลังงาน จึงเป็นหัวหน้าทีมนำคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชน ไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าถ่านหิน “เฮกินัน” ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และติดอันดับ 1-50 ของโลก โดยตัวโรงงานตั้งอยู่ริมอ่าวมิกาวา เมืองเฮกินัน จังหวัดไอจิ บริหารงานโดยบริษัท ชูบุ อีเล็กทริก พาวเวอร์ จำกัด โรงไฟฟ้าเฮกินัน แห่งนี้… ถือเป็นต้นแบบการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินสะอาดผลิตไฟฟ้า มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 4,100 เมกะวัตต์

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

ดึงอินเดียลงทุน

974842ความสำเร็จในการเชิญบริษัทอพอลโลเข้ามาตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์ในครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยเพราะจะช่วยแก้ปัญหาราคายางที่ตกต่ำได้ เพราะเป็นการใช้ยางในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 100,000 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณจำนวนมาก”

สำหรับการลงนามเอ็มโอยูระหว่างภาคเอกชนไทยกับเอกชนอินเดีย 7ฉบับประกอบด้วย การก่อสร้างท่าเรือขนส่งสินค้าในมุมไบ ของบริษัทของบริษัทไอทีดี ,การลงนามความร่วมมือระหว่างหอการค้าเมืองสุราตกับหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี,การส่งเยังมีการลงนามเอ็มโอยูนิมการขายสินค้าอาหารของไทยในตลาดอินเดียโดยการขยายการนำเข้าต้นกล้วยไม้จากไทย,การเพิ่มสาขาไก่ทอด 5 ดาวจากเดิม 250 สาขา เป็น 300 สาขา,การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในไทยเพื่อขยายอุตสาหกรรมกำจัดมลพิษทางอากาศไทยและอาเซียนและ การจัดตั้งโรงงานผลิตล้อรถยนต์ในประเทศ

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

ม.หอการค้าฯ เผย ผู้ประกอบการ ‘เอสเอ็มอี’ แทบไม่รู้จัก ‘เออีซี

EyWwB5WU57MYnKOuFqOfZ0q1I33Df2UPV3HH6mifBYaM2OZPS1wlviส่วน “ตอนนี้สินค้าไทยมีส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนเฉลี่ยเป็นอันดับที่ 4 รองจากสินค้าของสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถ้าไทยไม่ทำอะไร ยังอยู่ในระดับนี้ต่อไป ส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนจะค่อยๆ หายไป โดยมีอินโดนีเซียเป็นตัวหลักสำคัญ ที่จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสินค้าคุณภาพ ขณะที่กลุ่มสินค้าทั่วไปจะมีสินค้าจาก กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม ที่ได้รับการลงทุนจาก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดเช่นกัน”

ทั้งนี้ การทำตลาดสินค้าไทย ในส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ ควรใช้ช่องทางโฆษณาทางทีวีในประเทศเป้าหมาย เพื่อย้ำความนิยมสินค้าไทย รักษาฐานตลาดที่มีอยู่ และเพิ่มการรับรู้เพื่อขยายฐานตลาดต่อไป แต่ยอมรับว่ามีค่าใช้จ่ายสูง ไม่เหมาะกับสินค้าของเอสเอ็มอี ซึ่งควรหันไปทำการตลาดทางตรง ด้วยการเข้าไปในย่านการค้า ย่านชุมชนในประเทศต่างๆ เพื่อนำสินค้าให้ผู้บริโภคได้ทดลองโดยตรง และรับรู้ถึงคุณภาพ โดยยังสามารถใช้แบรนด์สินค้าไทยเป็นตัวนำการทำการตลาดได้ เพราะสินค้าไทยเป็นที่รับรู้ ในอาเซียนอยู่แล้วว่ามีคุณภาพ.สำหรับสาเหตุที่ทำให้ เอสเอ็มอี ไม่เข้าใจหรือมีเพียงความรู้พื้นฐาน มาจากสาเหตุที่ ต้องใช้เวลาในการศึกษานาน, การประชาสัมพันธ์ไม่ชัดเจนหรือไม่มีรายละเอียดเชิงลึก, ช่องทางประชาสัมพันธ์น้อยไม่ทั่วถึง, ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล การอบรม และสัมมนาจากหน่วยงานราชการ, ข้อมูลที่เผยแพร่เป็นภาษาวิชาการเข้าใจยาก เป็นต้น ส่งผลทำให้เกิดข้อกังวลต่างๆ เช่น กังวลจะมีสินค้าและบริการที่ราคาถูกกว่าเข้ามาแข่งขันมากขึ้น การย้ายฐานการผลิตของบริษัทแม่ หรือบริษัทขนาดใหญ่ไปเพื่อนบ้าน และจะเกิดนักลงทุนในอาเซียนเข้ามาลงทุนแข่งขันในไทยมากขึ้น ทำให้เอสเอ็มอีแข่งขันไม่ได้

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจสินค้าไทยในตลาดเวียดนาม พบว่า มีสินค้าจากอินโดนีเซีย แย่งส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เพราะมีจุดแข็งที่คุณภาพ รสชาติ และการทำการตลาด ซึ่งแนวทางตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าของอินโดนีเซีย ได้รับการสนับสนุนจาก สิงคโปร์และมาเลเซียม.หอการค้าไทย เผยเอสเอ็มอีไทย ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเออีซี มีแค่กว่าแสนราย จาก 2.4 ล้านราย ที่รู้จักดี แนะเอกชนรุกทำการตลาดในอาเซียน หลังอินโดนีเซียชิงส่วนแบ่ง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 58 นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจการประเมินความเข้าใจของภาคการผลิตและภาคบริการไทย ต่อการแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ใน 5 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 53-57 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,000 รายว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) 342,291 ราย หรือ 12.4% ของเอสเอ็มอี ทั่วประเทศ 2.4 ล้านราย ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเออีซี ขณะที่ 2.23 ล้านราย มีความเข้าใจแค่ระดับพื้นฐาน และมีเพียง 188,260 รายเท่านั้น ที่มีความเข้าใจเออีซีเชิงลึก ทั้งการวิเคราะห์ตลาดเพื่อนบ้าน การรู้กฎระเบียบประเทศเพื่อนบ้าน และต้นทุนต่างๆ เป็นอย่างดี

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

ศาลปกครองไต่สวน คดีปลดรักษาการผู้ว่าฯ รฟม.

EyWwB5WU57MYnKOuFqOftybjDiEnisuYxJxwRfhls0nxVrhJTU1wRFการไต่สวนครั้งนี้นอกจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเดินทางมาให้ข้อเท็จจริงต่อศาลแล้ว ศาลยังได้เรียก นอ.รศ.ธนากร พีระพันธ์ กก.รฟม.เสียงข้างน้อยที่แสดงความเห็นคัดค้านมติบอร์ด รฟม.ดังกล่าวมาให้ปากคำต่อศาลด้วยและภายหลังการไต่สวนนานกว่า 2 ชั่วโมง นายรณชิต ให้สัมภาษณ์ว่าศาลยังไม่ได้นัดว่าฟังคำสั่งเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่า มติดังกล่าวของบอร์ด รฟม.ขัดต่อ พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 เนื่องจากคณะกรรมการ รฟม.ไม่มีอำนาจดำเนินการดังกล่าว

นอกจากนี้ การแต่งตั้งรักษาการผู้ว่าการคนใหม่ ยังแต่งตั้งรองผู้ว่าการ ลำดับ 3 ขึ้นรักษาการ ในขณะนี้ตาม พ.ร.บ. รฟม.ปี 2543 กำหนดให้รักษาการแทนผู้ว่าการจะต้องเป็นรองผู้ว่าการ ที่อาวุโสสูงสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2558 ศาลปกครองกลาง โดย นายสุรธีร์ ตุลาการเจ้าของสำนวนได้นัดไต่สวนคำร้องขอคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินในคดีที่ นายรณชิต แย้มสอาด รองผู้ว่าการ รฟม.ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟม.) กับพวกรวม 2 คน ต่อศาลปกครองกลาง ในข้อหาคณะกรรมการ รฟม.มีมติปลดนายรณชิต พ้นจากการรักษาการแทนผู้ว่าการ รฟม. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ