เอ็กซิทโพลชี้ พรรคฝ่ายซ้ายจัดต้านรัดเข็มขัด ชนะเลือกตั้งกรีซ

EyWwB5WU57MYnKOuFM9KFEnKglzeiu8Wbo9pWWQjAmNQn0teDh8Txyทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่ายที่เชื่อว่า ชัยชนะของซีริซาจะเป็นการกระตุ้นพรรคฝ่ายซ้ายจัดทั่วยุโรป และตลาดหุ้นในประเทศต่างๆกังวลว่าหากไม่ใช้มาตรการรัดเข็มขัดกรีซอาจผิดชำระหนี้สาธารณะ และอาจต้องออกจากกลุ่มผู้ใช้สกุลเงินยูโร หรือยูโรโซน แม้พรรคซีริซาจะยืนยันว่า พวกเขายังต้องการใช้เงินยูโรต่อไปก็ตาม

หลังทราบผลเอ็กซิทโพล นายอเล็กซิส ซีปราส หัวหน้าพรรคซีริซา วัย 40 ปี ผู้เคยให้คำมั่นว่าจะยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัดหลายประการซึ่งเป็นเงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลือจากกลุ่มทรอยกา ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ), และสหภาพยุโรป (อียู) และจะเจรจากันใหม่ ออกมาประกาศต่อหน้าผู้สนับสนุนในกรุงเอเธนส์ว่า วันนี้ชาวกรีกได้เขียนประวัติศาสตร์ใหม่แล้ว

“ผู้ลงคะแนนเสียงมอบอำนาจที่แข็งแกร่งและชัดเจนให้แก่ซีริซา พวกคุณคือตัวอย่างของประวัติศาสตร์ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลง สำหรับกรีซเหล่าทรอยกาเป็นอดีตไปแล้ว” นายซีปราสกล่าว ด้านนายแอนโตนิส ซามาราส นายกรัฐมนตรีซึ่งกำลังจะพ้นตำแหน่ง กล่าวว่า “ชาวกรีกได้ออกเสียงแล้ว และผมก็เคารพการตัดสินใจของพวกเขา”

เอ็กซิทโพลระบุพรรคฝ่ายซ้ายจัดของกรีซ ที่มีแนวคิดต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด ชนะการเลือกตั้งทั่วไปกรีซ เหนือพรรครัฐบาลฝ่ายอนุรักษนิยมที่ตามมาห่างๆ เป็นที่ 2สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เอ็กซิทโพลระบุว่า พรรค ‘ซีริซา’ ฝ่ายซ้ายจัดของกรีซ ที่มีแนวคิดต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการรับเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ ชนะการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาของกรีซซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ โดยอาจได้เก้าอี้ในสภาถึง 150 ที่นั่ง ขาดอีกเพียงที่นั่งเดียวก็จะครองเสียงเด็ดขาดในสภา

ผลเอ็กซิทโพลระบุว่า พรรคซีริซาได้คะแนนเสียงระหว่าง 36-38% ของคะแนนโหวตทั้งหมด ขณะที่พรรครัฐบาลพรรค ‘ประชาธิปไตยใหม่’ (เอ็นดี) ฝ่ายอนุรักษนิยม ตามมาเป็นที่ 2 อย่างห่างที่ 26-28% ส่วนพรรคขวาจัดอย่าง ‘โกลเดน ดอว์น’ และพรรคสายกลาง ‘เดะอ ริเวอร์’ เป็นที่ 3 ร่วม

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

‘ไอซิส’ ยืนยัน สังหาร 1 ใน 2 ตัวประกันญี่ปุ่นแล้วจริง

EyWwB5WU57MYnKOuFM9KFJjVVLUm7e692G9nvdNm9Y6pB2Xv4aV1Qsอนึ่ง นาง ซาจิดา อัล-ริชาวี อายุ 44 ปี กำลังอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์โทษประหารในประเทศจอร์แดน จากข้อหาพยายามก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวนายโจมตีงานแต่งงานที่โรงแรมในกรุงอัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดนเมื่อปี 2005 แต่รอดมาได้เพราะระเบิดของเธอไม่ทำงาน ขณะที่สามีของเธอจุดระเบิดสำเร็จ ทำให้เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตถึง 60 ราย

ทั้งนี้ ในคลิปวิดีโอภาพนิ่งมีการบันทึกเสียงผู้ชายที่อ้างว่าเป็นของนายโกโตะ กล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า นายยูคาวะถูกสังหารเป็นเพราะญี่ปุ่นไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่จำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่พวกเขาประกาศเรียกค่าไถ่เมื่อวันอังคาร (20 ม.ค.)

บรรดาผู้นำโลกต่างออกมาประณามการฆาตกรรมนายยูคาวะ โดยนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่าเป็นการกระทำที่น่าแค้นใจและไม่อาจยกโทษให้ ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ โจมตีว่าเป็นการฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม และกล่าวแสดงความเสียใจต่อนายอาเบะ ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษและนายฟรองซัวส์ โอลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่ากลุ่มไอซิสเป็นพวกป่าเถื่อนที่อันตรายยิ่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลามในซีเรีย (ไอซิส) ออกมายืนยันผ่านสถานีวิทยุ ‘อัล-บายาน’ ของพวกเขาเมื่อวันอาทิตย์ (25 ม.ค.) ว่า พวกเขาได้ประหารชีวิต 1 ใน 2 ตัวประกันชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกพวกเขาจับตัวเอาไว้แล้วจริง 1 วันหลังมีการเผยแพร่คลิปภาพนิ่งและเสียงซึ่งแสดงให้เห็นนายเคนจิ โกโตะ ถือภาพศพนาย ฮารูนะ ยูคาวะ ที่ถูกฆ่าตัดคอ

ไอซิสระบุว่า “รัฐอิสลามทำตามคำขู่ของพวกเขาแล้ว รัฐอิสลามได้ประหารตัวประกันชาวญี่ปุ่นชื่อว่า ฮารูนะ ยูคาวะ หลังจากเส้นตายที่มอบให้รัฐบาลญี่ปุ่นผ่านพ้น ส่วนตัวประกันคนที่ 2 กำลังเรียกร้องให้ครอบครัวส่งแรงกดดันไปยังรัฐบาล (ญี่ปุ่น) เพื่อการปล่อยตัว ซาจิดา อัล-ริชาวี น้องสาวของพวกเรา”กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลามในซีเรีย ประกาศผ่านสถานีวิทยุของตัวเอง ยืนยันว่าพวกเขาสังหาร 1 ใน 2 ตัวประกันชายญี่ปุ่นแล้วจริง หลังญี่ปุ่นไม่จ่ายเงินค่าไถ่

แหล่งที่มา  : ไทยรัฐ

ผงะพบระเบิด-กระสุนซุกป่าข้างทางเข้าวัด

944551โดย ร.ต.ต. ธันวา วงษ์นุ่ม หัวหน้าชุด EOD เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบ ระเบิดขว้าง M 67 จำนวน 3 ลูก ระเบิดขว้างขนาด K 5 จำนวน 1 ลูก ดินระเบิด TNTน้ำหนักครึ่งปอนด์ จำนวน 1 ทุ่น เครื่องกระสุนขนาด 7 จุด 62 จำนวน 36 นัด เครื่องกระสุนขนาด จุด 30 ( 3-0 ) คาบิ้น จำนวน 126 นัดและทุ่นระเบิดสังหาร ชนิด M 14 อีกจำนวน 1 ทุ่น ทั้งหมดอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและใช้ในการทหารแต่ไม่ทราบแหล่งที่มา ว่าเป็นของหน่วยงานใด คาดว่าผู้ที่ครอบครองน่าจะเกรงกลัวความผิด ช่วงที่คณะ คสช. ประกาศกฎอัยการศึกพร้อมระดมกวาดล้าง อาชญากรรม อาวุธสงคราม และยาเสพติด ทั่งประเทศ จึงได้นำมาซุกซ่อนเพื่อรอเวลานำกลับไปก่อเหตุอีกครั้ง แต่ถูกรถแบ็คโฮขุดพบขึ้นมาก่อน เบื้องต้นจะได้นำข้อมูล มอบให้กับทางฝ่ายสืบสวน กองกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 ในการสืบสวนหาแหล่งที่มาของวัตถุระเบิดอาวุธสงครามที่พบว่าเป็น ของหน่วยงานใด เพื่อขยายผลติดตามผู้ครอบครองมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเมื่อเวลา 8.10 น. วันที่ 24 ม.ค. พ.ต.อ. เชษฐา กีชวรรณ ผกก.สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี รับแจ้งประสานจาก พระสุวรรณ ภูริยาโณ พระภิกษุลูกวัดสวนป่า เนรัญชรา สาขาวัดป่าคลองกุ้ง ว่า พบวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุน จำนวนมาก บริเวณริมถนนจงอุทัยไพศาล บ้านมาบชะโอน หมู่ 11 ต.เขาบายศรี จึงไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ EOD ชุดเก็บกู้เก็บวัตถุระเบิด บก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมทหารชุดควบคุมกองทัพเรือที่ 7 ที่เกิดเหตุ บริเวณใต้กอไผ่ ริมถนน ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างทาง พบกล่องเหล็กบรรจุเครื่องกระสุน ของทหาร ซึ่งรถแบ็กโฮ ขุดขึ้นมาจากดิน สภาพบุบ ฝากล่องเปิดแง้มอยู่ ในกล่องพบระเบิดและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ถูกบรรจุไว้จนแน่น เจ้าหน้าที่จึงกั้นเขตไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้เพื่อป้องกันเหตุร้าย แล้วเข้าตรวจสอบเก็บกู้ โดยนำรถกระบะเข้ามาจอดเทียบ และนำอ่างพลาสติกบรรจุทรายมารอรับ เพื่อให้ทราบช่วยซับน้ำหนักของวัตถุระเบิด กันกระเทือนและเกิดระเบิดขึ้น ก่อนนำกลับไปยังกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 เพื่อทำการตรวจสอบพิสูจน์ทราบ และทำลาย

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

โจรแสบสวมคราบพลเมืองดีชิงมือถือ

944531สอบสวนเบื้องต้น นายสมบูรณ์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเพิ่งเดินทางกลับจากเยี่ยมบ้านที่ สปป.ลาว โดยลงรถประจำทางที่สถานีขนส่ง เพื่อต่อรถกลับไปยังที่พักย่านคลองสาม ขณะที่กำลังยืยรอรถประจำทางอยู่นั้น คนร้ายเป็นชาย รูปร่างท้วมขี่รถจยย.ไม่ทราบสียี่ห้อ และทะเบียน ทำทีเข้ามาสอบถามว่า ตนกำลังจะไปไหน ก่อนจะอาสาพาไปส่ง ตนหลงเชื่อจึงยอมนั่งซ้อนท้ายมาด้วย กระทั่งถึงปากทางเข้าคลองสาม คนร้ายจึงจอดรถพร้อมเอ่ยปากขอยืมโทรศัพท์มือถือ แต่ตนปฏิเสธเนื่องจากเงินหมดและยังไม่ได้เติม ทำให้คนร้ายไม่พอใจจึงยื้อแย่งโทรศัพท์ และทำร้ายตนจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะขี่รถจยย.หลบหนีไปทาง อ.ธัญบุรี เจ้าหน้าที่จึงนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ประชาธิปัตย์ หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบ กล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงว่า เป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุในพื้นที่ สภ.ธัญบุรี เมื่อ 3 วันก่อนหรือไม่ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไปเมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 24 ม.ค. ร.ต.ท.สมไทย องอาจ ร้อยเวร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุมีชิงทรัพย์และทำร้ายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนรังสิต-นครนายก มุ่งหน้านครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายคือ นายสมบรูณ์ อายุ 22 ปี สัญชาติลาว ซึ่งใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำและแผลแตก จากการถูกทำร้าย ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตื่นตระหนก

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

ปี 57คอร์รัปชันต่ำสุดในรอบ 5 ปี นักธุรกิจจ่ายเงินใต้โต๊ะลดลง 2 แสนล้านบาท

EyWwB5WU57MYnKOuFM8V1J16HsoqGc0esB5177aQ67HtNDZuJJMkNjส่วนเมื่อถามถึงประสิทธิภาพการทำงานในการต่อต้านการทุจริตของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ 43% ระบุมีประสิทธิภาพปานกลาง เพิ่มขึ้นจาก 35 ในการสำรวจครั้งก่อน ส่วนอีก 27% ตอบไม่มีประสิทธิภาพ และ 28% ตอบมีประสิทธิภาพ มีเพียง 2% ที่ตอบไม่ทราบ/ไม่มีความเห็นทั้งนี้ เมื่อคิดเป็นคะแนนความเชื่อมั่นต่อ ป.ป.ช. และองค์กรอิสระอื่นๆ ที่ต่อต้านคอร์รัปชัน อยู่ที่ 5.23 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน (เชื่อมั่นมากที่สุด) เพิ่มขึ้นจาก 5.20 ในการสำรวจครั้งก่อน

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐมีการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการหรือนักการเมืองที่ทุจริตเพื่อให้ได้สัญญาเฉลี่ยที่ 5-15% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี เพราะภาคประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด และรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้มงวดในการปราบปราม จนนักธุรกิจและข้าราชการ หรือนักการเมืองไม่กล้าจ่ายเงินหรือรับเงินมากนัก“การเรียกรับเงินลดลงเหลือ 5-15% ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สถานการณ์การคอร์รัปชันในไทยลดลงอย่างมาก โดยหากเทียบการสำรวจล่าสุดกับช่วงปี 2553-2556 พบว่าการเรียกรับเงินใต้โต๊ะลดลง 10-20% หรือมูลค่าความเสียหายลดลง 100,000-200,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้รัฐบาลใช้เงินดังกล่าวกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก 0.5-0.7% ของจีดีพี ประกอบกับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและราคาน้ำมันที่ลดลงจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3-4% แน่นอน

“เดือน ธ.ค.2557 การจ่ายเงินใต้โต๊ะของเอกชนที่ลดลงเหลือเฉลี่ย 5-15% คิดเป็นมูลค่า 50,254.5-150,763.4 ล้านบาท จากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ รวม 1.005 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 1.99-5.97% ของงบประมาณรายจ่าย 2.252 ล้านล้านบาท และคิดเป็น 0.41-1.22% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ 12.364 ล้านล้านบาท ซึ่งการลดการเรียกเงินสินบนลงทุกๆ 1% ส่งผลให้เงินจากการคอร์รัปชันลดลง 10,000 ล้านบาท”

นางเสาวณีย์กล่าวต่อถึงทัศนคติและจิตสำนึกต่อการทุจริตว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ถึง 91% ระบุไม่เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่าการทุจริตเป็นเรื่องไกลตัวไม่ได้เกี่ยวกับตัวเองโดยตรง เพิ่มขึ้นจาก 89% ในการสำรวจครั้งก่อน

นอกจากนี้ ผู้ตอบ 85% ระบุไม่เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่าการที่รัฐบาลทุจริตแต่มีผลงานและทำประโยชน์ให้สังคมเป็นเรื่องรับได้ เพิ่มขึ้นจาก 83% ส่วนอีก 81% ระบุไม่เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่าการให้สินน้ำใจ เงินพิเศษเล็กๆน้อยๆแก่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องไม่เสียหาย เพิ่มขึ้นจาก 80% ขณะที่ความสามารถที่จะทนทานต่อการทุจริตคอร์รัปชันได้อยู่ที่ 2.48 จากเต็ม 10 คะแนน (0 คะแนน หมายถึงเกลียดหรือไม่สามารถทนต่อการทุจริตได้ และ 10 คะแนน หมายถึง สามารถทนต่อการทุจริตได้) ลดลงจาก 2.50 คะแนนในการสำรวจครั้งก่อนนางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย ที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 2,400 ตัวอย่างในกลุ่มประชาชน ผู้ประกอบการ/ ภาคเอกชน และข้าราชการ/ภาครัฐ เมื่อเดือน ธ.ค. 2557 ว่า ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย อยู่ที่ระดับ 49 เพิ่มขึ้นจาก 46 ในการสำรวจเมื่อเดือน มิ.ย.2557 ขณะที่ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันในปัจจุบันอยู่ที่ 47 เพิ่มขึ้นจาก 45 และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์อยู่ที่ 50 เพิ่มขึ้นจาก 47 โดยหากดัชนีมีค่าเข้าใกล้ 100 แสดงว่าสถานการณ์คอร์รัปชันมีปัญหาลดลง หรือสถานการณ์ดีขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อแบ่งการสำรวจเป็น 4 หมวด พบว่า ดัชนีทุกหมวดปรับตัวดีขึ้นทั้งหมด โดยดัชนี ปัญหาและความรุนแรงของปัญหาคอร์รัปชัน อยู่ที่ 42 เพิ่มขึ้นจาก 39 ดัชนีการป้องกันการคอร์รัปชัน อยู่ที่ 51 เพิ่มขึ้นจาก 46 ดัชนีการปราบปรามการคอร์รัปชันอยู่ที่ 54 เพิ่มขึ้นจาก 48 และดัชนีการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกอยู่ที่ 49 เพิ่มขึ้นจาก 51ส่วนความเสียหายของการทุจริต ที่ประเมินจากงบประมาณประเภทจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการ พบว่า ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการ/นักการเมือง เพื่อให้ได้สัญญามากที่สุด 5-15% ของงบประมาณเท่านั้น ต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยตั้งแต่การสำรวจปี 2553-2556 พบว่า ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้สัญญาเฉลี่ยมากถึง 25-35%ส่วนเดือน มิ.ย.2557 จ่ายเงินใต้โต๊ะเฉลี่ยเหลือ 15-25%

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

พาณิชย์โละประมูลข้าวสารยกคลัง

EyWwB5WU57MYnKOuFM8V1J2IYlZhubql5ctrmuxw3F3yaRAKtB1nHtด้านนายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การประมูลข้าวยกคลังรอบนี้ เชื่อว่าจะมีเอกชนสนใจเข้าร่วมซื้อข้าวจำนวนมาก เพราะจากการประเมินราคาขั้นต่ำของแต่ละครั้งที่รัฐประกาศออกมา พบว่าราคาไม่สูงมาก โดยข้าวหอมมะลิ ราคาขั้นต่ำกิโลกรัม (กก.) ละ 20-21 บาท ต่ำกว่าราคาข้าวหอมมะลิเก่าในตลาดที่ขาย กก.ละ 31-32 บาท ส่วนข้าวขาว 5% ราคาขั้นต่ำ กก.ละ 8-10 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดที่ขายอยู่ที่ กก.ละ 13 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชี้แจงครั้งนี้ มีตัวแทนของบริษัท สยาม อินดิก้า เข้าร่วมรับฟังด้วย ซึ่งจากการสอบถามกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) บริษัทดังกล่าว เพราะต้องรอหนังสืออย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีชี้มูลความผิดเรื่องสัญญาข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 4 ฉบับ.

นอกจากนี้ ยังได้ปรับเงื่อนไขให้รายเล็กรวมตัวกัน เพื่อเสนอราคาซื้อข้าวในแต่ละคลังได้ และยังได้ปรับลดค่าปรับกรณีรับมอบข้าวเกินสัญญาเหลือไม่เกิน 0.2% ของมูลค่าข้าวที่ทำสัญญาไว้ สำหรับราคาขั้นต่ำของมูลค่าข้าวในแต่ละคลังที่ประกาศออกมา เป็นราคาเริ่มต้นที่จะใช้ในการประมูล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขายในราคาดังกล่าว หากรายใดเสนอราคาต่ำกว่าจะไม่อนุมัติขาย และควรเสนอราคาเสนอซื้อสูงกว่าราคาขั้นต่ำ

“การประมูลข้าวในรอบนี้ถือว่ามากสุดในรอบหลายๆ ปี ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีคนซื้อหมดหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะมีผู้สนใจเสนอราคา สังเกตจากเอกชนที่เดินทางเข้ามารับฟังการชี้แจงในรอบนี้ ซึ่งการเสนอราคาประมูล ในกรณีที่เสนอราคาเท่ากัน จะให้แต่ละรายเสนอราคาเพิ่มใหม่ครั้งละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท จนกว่าจะได้ผู้เสนอราคาสูงสุด”นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้เปิดชี้แจงรายละเอียดการประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลแบบยกคลังรวมเกือบ 1 ล้านตัน เป็นข้าวขาว 5 % ประมาณ 850,000 ตัน และข้าวหอมมะลิ ประมาณ 150,000 ตัน ในคลังขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รวม 168 คลัง 36 จังหวัด ซึ่งได้ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบแล้ว โดยได้ประกาศราคาขั้นต่ำของข้าวในแต่ละคลังด้วย รวมมูลค่า 11,600 ล้านบาท โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบสภาพข้าวในแต่ละคลังได้ เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจยื่นเสนอราคาวันที่ 29 ม.ค.นี้

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

โอบามาชูขึ้นภาษีคนรวย-ขู่วีโต้รีพับลิกันดะ

EyWwB5WU57MYnKOuFM8UsaN68ywk1QcSV1PPid3bz3UZ89zyrAsybAโอบามายังปกป้องการตัดสินใจปรับความสัมพันธ์กับคิวบาสู่ระดับปกติ และขอให้สภาคองเกรสยกเลิกการปิดกั้นทางเศรษฐกิจต่อคิวบาที่ใช้มา 50 ปี ขอให้สภาคองเกรสให้ “อำนาจส่งเสริมการค้า” แก่ตนเพื่อเจรจาทำข้อตกลงการค้าเสรีกับภูมิภาคยุโรปและเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งพรรครีพับลิกันคัดค้านเพราะหวั่นกระทบแรงงานสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังขอให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายใหม่ให้อำนาจตนใช้กำลังทหารปราบปรามกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย แทนกฎหมายเดิมที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช ใช้ทำสงครามอิรักหลังวินาศกรรม 9/11 เขายังประกาศว่าจะตามไล่ล่าผู้ก่อการร้าย ตั้งแต่ในปากีสถานจนถึงท้องถนนกรุงปารีส

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ข้อเสนอหลายข้อของโอบามายากจะเป็นจริงได้ เพราะจะถูกพรรครีพับลิกันซึ่งได้ครองเสียงข้างมากในทั้ง 2 สภาหลังการเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีที่แล้วคัดค้านสุดตัว อีกทั้งเขาอาจตกอยู่ในสภาพ “เป็ดง่อย” มีอำนาจจำกัดในวาระที่ เหลืออยู่ 2 ปี แต่นโยบายบางอย่าง โดยเฉพาะการขึ้นภาษีคนรวยเพื่อช่วยคนจน จะปูทางให้พรรคเดโมแครต ใช้ชูธงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้าในปี 2559 และอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อนางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศแห่งพรรคเดโมแครต ถ้าเธอตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง.

เมื่อ 20 ม.ค. ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แถลงนโยบายประจำปี หรือ “สเตท ออฟ ดิ ยูเนียน” 2558 ต่อสภาคองเกรส โดย ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น จากที่เคยถดถอยเพราะเผชิญวิกฤติการเงินและผ่าน 2 สงครามใหญ่ บัดนี้ถึงเวลา “เปลี่ยนโฉมหน้าใหม่” เพื่อทำให้ชีวิตของชนชั้นกลางที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังดีขึ้น

โอบามาเสนอให้มีการขึ้นภาษีผู้ร่ำรวย มูลค่า 320,000 ล้านดอลลาร์ใน 10 ปี เพื่อใช้ทดแทนเงินลดหย่อนภาษีและการศึกษาสำหรับชนชั้นกลางโดยจะให้ขึ้นภาษีรายได้คู่สมรสที่มีรายได้ 500,000 ดอลลาร์ต่อปีขึ้นไป เป็น 28% จากเดิม 23.8% และให้เก็บค่าธรรมเนียมบริษัทการเงินใหญ่ๆ ราว 100 บริษัท ที่มีทรัพย์สินเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ โอบามายังเรียกร้องให้พรรครีพับลิกันสนับสนุนนโยบายแก้ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และขู่จะใช้สิทธิยับยั้ง “วีโต้” กฎหมายใดๆของรีพับลิกันที่จะขัดขวางนโยบายหลักของตน รวมทั้งนโยบายประกันสุขภาพและผู้อพยพ ส่วนความพยายามเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านขณะมีการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ก็จะถูกตนวีโต้เช่นกัน

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

นักประมงออสซี่อึ้งตกได้ ‘ฉลามดึกดำบรรพ์’ ยุคก่อนประวัติศาสตร์

EyWwB5WU57MYnKOuFM8UsaVR9tKIgMV4r5tpucRBJV0ytFpxYBNrX1ปลาตัวนี้ถูกจับได้ในทะเลที่ความลึกราว 700 เมตร ซึ่งเป็นเรื่องไม่ปกตินัก เพราะฉลามครุยมักอยู่ได้ในทะเลลึก 1,500 เมตร โดยนายไซมอน โบก จากสมาคมนักประมงลากอวนตะวันออกเฉียงใต้ (เซตฟา: SETFA) ระบุว่า นักประมงไม่รู้เลยว่าพวกเขาตกได้ตัวอะไรขึ้นมา “มันมีฟัน 25 แถว รวมกว่า 300 ซี่ มันน่ากลัวมาก ผมไม่คิดว่าคุณจะอยากโชว์มันให้เด็กเล็กๆ ดูก่อนที่พวกเขาจะเข้านอนนะ” นายโบกกล่าว

ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีรายงานการพบฉลามชนิดนี้มาก่อน โดยเมื่อเดือนมกราคม 2007 ชาวประมงญี่ปุ่นจับปลาชนิดนี้ได้จนกลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก โดยจับได้ในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งใกล้สวนน้ำอะวาชิมา ในเมืองชิซุโอะกะทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว ซึ่งเชื่อว่าปลาตัวนี้ลอยขึ้นมาเพราะร่างกายอ่อนแอเนื่องจากความร้อนที่ขึ้นสูงของอุณหภูมิของน้ำ จากนั้นมันมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ตายไป

ชาวประมงออสเตรเลียต้องตะลึง เมื่อพวกเขาตกได้ปลาประหลาดหน้าตาน่ากลัว รูปร่างคล้ายปลาไหลความยาวกว่า 2 เมตร พร้อมฟันคมกริบกว่า 300 ซี่ โดยพบว่ามันเป็นฉลามที่อยู่มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มนักประมงชาวออสเตรเลีย ตกฉลามดึกดำบรรพ์ตัวนี้ได้ที่นอกชายฝั่งเมืองท่า เลค เอนทรานซ์ โดยจากการตรวจสอบพบว่ามันคือ ‘ฉลามครุย’ (frilled shark) ซึ่งถูกเรียกว่าซากดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิต เนื่องจากเชื่อว่ามันไม่มีวิวัฒนาการทางรูปร่างเลยตั้งแต่เกิดขึ้นบนโลก เมื่อราว 80 ล้านปีก่อนในยุคครีเทเชียส

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

เกาหลีใต้เล็งส่งหนังแผ่นดิอินเทอร์วิวเข้าโสมแดง

941445 อย่างไรก็ตาม คราวนี้ทางกลุ่มส่งเพียงใบปลิว แต่ครั้งต่อไปทางกลุ่มไฟร์เตอร์ฯมีแผนส่งแผ่นหนังดีวีดีและยูเอสบีที่มีหนังเรื่อง ดิ อินเทอร์วิวข้ามพรมแดนเข้าไปในเกาหลีเหนือ นายปาร์ก กล่าวต่อไปว่าเขาอาจทบทวนเรื่องนี้ หากเกาหลีเหนือเห็นด้วยกับข้อเสนอของเกาหลีใต้ในการเจรจาระดับสูงเพื่อการพบปะกันของสมาชิกในครอบครัวเดียวกันที่พลัดพรากเพราะสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์ส ฟาวนด์เดชั่น บอกว่า จะมีการปล่อยลูกโป่งอีกในสัปดาห์นี้ แม้เกาหลีเหนือออกมาข่มขู่ก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่20ม.ค.ว่า กลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ปล่อยลูกโป่งจำนวนมากที่มีใบปลิว100,000 ใบเข้าสู่เกาหลีเหนือและขู่ส่งหนังแผ่นเรื่องดิอินเทอร์วิว เข้าไปทีหลัง แม้เกาหลีเหนือเตือนว่านักเคลื่อนไหวจะต้องชดใช้ด้วยเลือดหากหนังแผ่นเรื่องดิ อินเทอร์วิว ที่มีเนื้อหาลอบสังหารผู้นำโสมแดงข้ามพรมแดนเข้ามา นายปาร์ก ซัง-ฮัคบอกว่า กลุ่มไฟร์เตอร์ ฟอร์อะ ฟรี นอร์ท โคเรีย ได้ปล่อยลูกโป่งพร้อมใบปลิวนับแสนเมื่อคืนวันจันทร์ที่เมืองปาจูใกล้พรมแดนเกาหลีเหนือ

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

ขู่วางระเบิดเครื่องบินเดลต้าแอร์ไลน์สสหรัฐ

941487เพนตันเกโลกล่าวว่า โบอิ้ง757ถูกนำไปจอดห่างไกลจากรันเวย์แต่ตรวจค้นทั่วเครื่องบินไม่พบระเบิด ขณะที่ โฆษกของเดลตาลินเซย์ แม็คดัฟฟ์ กล่าวว่าเครื่องบินโดยสารของสายการบินอื่นก็ได้รับคำขู่เช่นเดียวกับเที่ยวบิน468และว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้กระบวนการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมหลังคำขู่ดังกล่าวสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐเมื่อวันที่ 20ม.ค.ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งที่สนามบินจอห์นเอฟ. เคนเนดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วโดยไม่พบสิ่งผิดปกติหลังจากถูกขู่วางระเบิดโดยโจ เพนตันเกโล โฆษกการท่ากล่าวว่า เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่468สายการบินเดลต้า แอร์ไลน์ส จากซานฟรานซิสโกไปยังนิวยอร์ก พร้อมผู้โดยสาร171 คนร่อนลงจอดที่สนามบินเจเอฟเคหลังเวลา 19.40น.ของวันจันทร์

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์