เทคโนโลยีกับสุขภาพตอนที่ 1

เทคโนโลยีกับสุขภาพ

ตอน เทคโนโลยีกับสาวที่เป็นโรคซีสต์

โรคซีสต์อาการปวดท้องประจำเดือนอาจเป็นปัญหาสำหรับสาวๆ หลายท่านเลยทีเดียว โดยเฉพาะสาวอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่เพราะระบบฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติอย่างเดียวแล้ว และสาวๆ ก็ถึงเวลาที่ต้องตรวจภายในซะทีค่ะ

สมัยก่อนการตรวจภายในไม่เป็นที่นิยมนัก จึงทำให้หลายคนต้องเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ทันท่วงทีแล้ว แต่ในปัจจุบันสาวๆ รู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น กล้าที่จะเดินไปพบและปรึกษาแพทย์มากขึ้น บวกกับเครื่องมือที่ทันสมัยขึ้น ทำให้ไม่ต้องเจ็บตัวมากแถมยังสบายใจอีกด้วย

ในปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องแบบแผลเล็กช่วยลดอาการบาดเจ็บ ทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็ว และหมดปัญหาหน้าท้องมีแผลเป็นยาวไม่สวยงาม ด้วยเทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้อง 3 มิติ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้แพทย์เห็นรายละเอียดได้ชัดเจน สามารถกะระยะได้ตรงจุด เสมือนเข้าไปผ่าตัดอยู่ในท้องของคนไข้ ช่วยให้การผ่าตัดมีความปลอดภัยและรวดเร็วมากกว่าการผ่าตัดเปิดแผลแบบเดิม ๆ กล้อง 3 มิติ เป็นวิวัฒนาการใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกล้อง เพิ่มมิติความลึกของการมองเห็น ภาพที่ได้จึงเสมือนจริง ชัดเจน เช่นเดียวกับการชมภาพยนตร์ 3 มิติ การผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ ทางนรีเวช จึงให้ความปลอดภัย ความแม่นยำ และช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัด จากงานวิจัยพบว่าการใช้กล้อง 3 มิติ ให้ความปลอดภัยในการผ่าตัดสูงกว่าการใช้กล้องแบบ 2 มิติ การใช้กล้อง 3 มิติ จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ง่าย สะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัด เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับผ่าตัดรักษาโรคทางนรีเวช ทั้งโรคซีสต์ ช๊อกโกแลคซีสต์ เนื้องอกในโพรงมดลูก และรังไข่ การผ่าตัดไส้ติ่งทางหน้าท้อง เลาะพังผืดในอุ้งเชิงกราน ประจำเดือนมากผิดปกติจากเยื่อบุโพรงมดลูกหนา และการผ่าตัดทำหมัน

อย่างไรก็ตามการดูแลและหมั่นสังเกตตนเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ คอยสังเกตเวลาเป็นประจำเดือนว่าปวดหนักหรือเบา สีของประจำเดือน ปริมาณของประจำเดือนในแต่ละเดือนก็เป็นสิ่งจำเป็นค่ะ การรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ช่วยเพิ่มโอกาสหายจากโรคได้มากขึ้น แต่หากปล่อยให้อาการผิดปกติลุกลาม หรือก้อนซีสต์มีขนาดใหญ่ จนถุงน้ำแตกรั่วซึม จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะเสียเลือดจนเสียชีวิต หรือกลับมาเป็นซ้ำ ทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้นค่ะ