เทคโนโลยีกับสุขภาพ

ตอน เทคโนโลยีการคุมกำเนิดสำหรับสาวยุคใหม่

แผ่นแปะคุมกำเนิดปัจจุบันการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่นิยมกันมากที่สุดคือ การกินยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งในเม็ดยาประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ estrogen และ progestogen พบว่า การกินยาเม็ดคุมกำเนิดนั้นมักไม่สะดวก ต้องกินยาติดต่อกันทุกวันนาน 21 หรือ 28 วัน จึงเกิดปัญหาการลืมกินยา และเกิดการตั้งครรภ์ในอัตราที่สูง แม้ว่ามีการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นๆ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ข้อเสียของการใช้ยาฉีดคุมกำเนิดคือการมีประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย ส่วนการใช้ยาฝังใต้ผิวหนัง การทำหมันนั้นก่อให้เกิดความเจ็บปวดและอาจเกิดการติดเชื้อได้ นักวิจัยด้านเภสัชศาสตร์จึงได้วิจัยพัฒนาแผ่นยาคุมกำเนิดชนิดติดผิวหนัง ซึ่งสามารถลดข้อเสียที่เกิดจากการใช้ยารูปแบบอื่นๆ และมีประสิทธิภาพคุมกำเนิดสูงอีกด้วย

แผ่นยาติดผิวหนังเพื่อการคุมกำเนิด (transdermal contraceptive patch) มีตัวยาสำคัญ 2 ชนิด คือ norelgestromin และ ethinyl estradiol  แผ่นยาจะมีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใสรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลม คล้ายๆ กับ พลาสเตอร์ยาแต่บางกว่า ซึ่งจะปล่อยตัวยาออกมาและดูดซึมผ่านผิวหนังได้สม่ำเสมอนาน 7-9 วัน ผลการศึกษาพบว่าการใช้แผ่นยาติดผิวหนังติดต่อกัน 3 สัปดาห์มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับการกินยาเม็ดคุมกำเนิด แต่อาจจะเกิดอาการข้างเคียงบางอย่าง เช่น อาการระคายเคืองผิวหนังบริเวณที่ติดแผ่นยา คลื่นไส้ คัดตึงเต้านมหรือปวดศีรษะ วิธีใช้เพียงติดแผ่นยาสัปดาห์ละ 1 แผ่นต่อเนื่องกันนาน 3 สัปดาห์ ในสัปดาห์ที่ 4 ไม่ต้องติด โดยติดผิวหนังบริเวณต้นแขนด้านบน หน้าท้อง สะโพก หลังการติดแผ่นยาผู้ใช้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ตลอดจนการอาบน้ำหรือว่ายน้ำ แต่ไม่ควรทาครีมหรือโลชันบริเวณนั้น เมื่อครบ 7 วันให้เปลี่ยนแผ่นยาใหม่ ทั้งนี้แนะนำให้ติดใกล้ๆ ที่เดิมได้ แต่ห้ามติดที่ตำแหน่งเดียวกัน

แผ่นยาคุมกำเนิดชนิดติดผิวหนังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาหรือไม่สะดวกในการใช้ยาคุมกำเนิดรูปแบบอื่น สำหรับข้อดีคือตัวยาสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและออกฤทธิ์ได้นานกว่า 1 สัปดาห์ต่อการใช้ยา 1 แผ่น อย่างไรก็ตาม แผ่นยานี้อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนัง และอาการข้างเคียงอื่นๆ ได้ หากจะนำมาใช้กับคนไทยจำเป็นต้องวิจัยและพิจารณาเรื่องความแตกต่างที่มีอยู่ เช่น ภูมิอากาศ ราคายา ตลอดจนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยด้วย

Save